ข้ามไปยังเนื้อหา

ศาลพิพากษาประหารชีวิต แอม ไซยาไนด์ คดีฆ่าไตร่ตรองฯ ชี้หลักฐานนิติเวช-มัดตัวแน่น พบยอดคำพิพากษาพุ่ง 7 คดี

อัปเดตเมื่อ: 25 สิงหาคม 2569 เวลา 13:01อ่าน 3 นาที

ศาลพิพากษาประหารชีวิต แอม ไซยาไนด์ คดีฆ่าไตร่ตรองฯ ชี้หลักฐานนิติเวช-มัดตัวแน่น พบยอดคำพิพากษาพุ่ง 7 คดี
แชร์ข่าวนี้

วันนี้ (25 สิงหาคม ) ที่ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลได้นัดอ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อ.1802/2568 ระหว่าง พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง สรารัตน์

อ่านข่าวในหมวด สุขภาพ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper

ประเด็นสำคัญ

รังสิวุฒาภรณ์ หรือแอม เป็นจำเลย ในความผิดเกี่ยวกับการประทุษร้ายต่อชีวิตและร่างกายผู้อื่น สำหรับบรรยากาศในห้องพิจารณาคดี สรารัตน์ มีสีหน้าสดใส ยิ้มแย้ม

และได้พูดคุยกับทนายความเป็นระยะ ในระหว่างฝั่งคำพิพากษา เจ้าตัวได้ยืนฟังด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทั้งในระหว่างการฟังได้มี ษิทรา เบี้ยบังเกิด มาร่วมฟังคำพิพากษา ด้วย

รายละเอียดเพิ่มเติม

อัยการโจทก์ฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า จำเลยได้นำสารโพแทสเซียมไซยาไนด์ (Potassium Cyanide) ปลอมปนลงในอาหาร เครื่องดื่ม หรือเครื่องอุปโภคบริโภค แล้วให้ ดาริณี เทพทวี หรือฟ้า (ผู้ตาย)

ดื่มหรือรับประทานเข้าสู่ร่างกาย โดยมีเจตนาเพื่อเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดจากการกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 236, 238 และ 289 ซึ่งในชั้นพิจารณา

จำเลยให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชศาสตร์และพิษวิทยา โรงพยาบาลศิริราช ซึ่งเป็นผู้ผ่าชันสูตรศพผู้ตาย ตรวจพบว่าอวัยวะภายใน

สถานการณ์ล่าสุด

ได้แก่ หัวใจ ปอด และตับ ทำงานล้มเหลวเนื่องจากได้รับสารพิษไซยาไนด์จนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย นอกจากนี้

พยานหลักฐานชี้ชัดว่าจำเลยอยู่กับผู้ตายในช่วงเวลาใกล้เคียงกับระยะเวลาการออกฤทธิ์ของสารพิษ โดยหลังจากผู้ตายแยกจากจำเลยกลับมาถึงบ้าน ได้เกิดอาการชัก เกร็ง น้ำลายฟูมปาก และหมดสติ

ซึ่งเป็นพฤติการณ์ตรงกับผู้ได้รับสารพิษไซยาไนด์ ประกอบกับจำเลยมีภาระหนี้สินจำนวนมากรวมถึงเป็นหนี้ผู้ตายจนไม่สามารถชำระคืนได้

มุมมองและผลกระทบ

จึงเชื่อได้ว่าจำเลยเป็นผู้นำสารไซยาไนด์ให้ผู้ตายบริโภคเพื่อหวังผลทางคดีและภาระหนี้สิน ศาลจึงมีคำพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (4) (7) และมาตรา 238

ประกอบมาตรา 236 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์และปกปิดความผิดของตน

ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามมาตรา 90 ให้ลงโทษประหารชีวิต ทั้งนี้ เมื่อลงโทษประหารชีวิตแล้ว จึงไม่อาจนับโทษต่อจากคดีอื่นได้ ส่วนคำขออื่นของโจทก์ให้ยก

ข้อมูลจากแหล่งข่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า วันนี้ศาลได้เบิกตัวจำเลยจากทัณฑสถานหญิงกลางมาฟังคำพิพากษา โดยก่อนหน้านี้ศาลอาญาพิพากษาคดี สรารัตน์ มาแล้ว 7 คดี รวมคดีในวันนี้ สำหรับคดีแอมไซยาไนด์

มีคำพิพากษาประหารชีวิต 2 คดี จำคุกตลอดชีวิต 2 คดี และยกฟ้อง 3 คดี จากทั้งหมดที่อัยการได้ยื่นฟ้อง 15 คดี เป็นความผิดฐานฆ่าผู้อื่น 14 คดี และฐานพยายามฆ่าผู้อื่น 1 คดี The post

ศาลพิพากษาประหารชีวิต แอม ไซยาไนด์ คดีฆ่าไตร่ตรองฯ ชี้หลักฐานนิติเวช-มัดตัวแน่น พบยอดคำพิพากษาพุ่ง 7 คดี appeared first on THE STANDARD .

อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด

ถ้าชอบข่าวนี้ ช่วยแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วย
แหล่งข่าว: เดอะสแตนดาร์ด · ศาลพิพากษาประหารชีวิต แอม ไซยาไนด์ คดีฆ่าไตร่ตรองฯ ชี้หลักฐานนิติเวช-มัดตัวแน่น พบยอดคำพิพากษาพุ่ง 7 คดี
เลื่อนลงเพื่ออ่านข่าวถัดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง