กรมบัญชีกลาง มั่นใจเบิกจ่ายงบปี 69 เข้าเป้า 84% เร่งงบลงทุนโค้งสุดท้ายแตะเป้า
อัปเดตเมื่อ: 5 สิงหาคม 2569 เวลา 18:54อ่าน 2 นาที

กรมบัญชีกลาง เผยผลเบิกจ่ายงบประมาณ 10 เดือนแรกปี 2569 แตะ 3.19 ล้านล้านบาท หรือ 84% มั่นใจเร่งเบิกจ่ายงบลงทุน 2 เดือนสุดท้ายแตะเป้า 75% นางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง
อ่านข่าวในหมวด ธุรกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
เปิดเผยผลการเบิกจ่ายงบประมาณในช่วง 10 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 (ตุลาคม 2568-กรกฎาคม 2569) ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ว่า จากกรอบวงเงินตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย 3.38
ล้านล้านบาท มีการก่อหนี้ผูกพันแล้ว 89.6% และเบิกจ่ายงบประมาณแล้ว 3.19 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 84% ของวงเงินทั้งหมด สำหรับรายจ่ายประจำ เบิกจ่ายได้แล้ว 91.4%
รายละเอียดเพิ่มเติม
ถือว่าเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ส่วนรายจ่ายลงทุน มีการก่อหนี้แล้ว 651,000 ล้านบาท หรือ 81.1% ของกรอบงบลงทุน และเบิกจ่ายแล้ว 470,000 ล้านบาท คิดเป็น 58.57%
ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายรายเดือนที่กำหนดไว้ 61% เพียงเล็กน้อยประมาณ 2% อย่างไรก็ตาม กรมบัญชีกลางยังเชื่อมั่นว่า ในช่วงสองเดือนสุดท้ายของปีงบประมาณ
จะสามารถเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนให้เป็นไปตามเป้าหมายที่คณะรัฐมนตรีกำหนดไว้ที่ 75% ภายในสิ้นปีงบประมาณ 2569
สถานการณ์ล่าสุด
ส่วนกรณีที่มีข้อสังเกตเกี่ยวกับบริษัทเอกชนผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอน กรุงเทพมหานคร ซึ่งอยู่ระหว่างการยื่นฟื้นฟูกิจการผ่านศาลล้มละลาย
จนอาจถูกตั้งคำถามเรื่องคุณสมบัติในการเข้าประมูลนั้น นางแพตริเซียชี้แจงว่า ในช่วงเวลาที่มีการประกวดราคา บริษัทดังกล่าวยังไม่ได้ถูกเพิกถอนรายชื่อออกจากทะเบียนผู้ประกอบการ
และไม่ได้อยู่ในสถานะถูกตัดสิทธิ์ จึงยังมีสิทธิเข้าร่วมประมูลตามระเบียบที่กำหนด นอกจากนี้ จนถึงวันที่ 4 สิงหาคม 2569
มุมมองและผลกระทบ
กรุงเทพมหานครยังไม่ได้ส่งหนังสือสอบถามหรือขอให้กรมบัญชีกลางตรวจสอบประเด็นดังกล่าวอย่างเป็นทางการ โดยกรมบัญชีกลางยังคงติดตามสถานการณ์ตามกระบวนการปกติ
และไม่ได้เข้าไปแทรกแซงการดำเนินงานของหน่วยงานเจ้าของโครงการ ทั้งนี้ กรมบัญชีกลางมีระบบประเมินคุณสมบัติและผลการดำเนินงานของผู้ประกอบการตามมาตรฐาน
ซึ่งขณะนี้เพิ่งปิดรับข้อมูลการประเมินรอบล่าสุด และอยู่ระหว่างการพิจารณาผลตามขั้นตอน หากผู้ประกอบการรายใดไม่ส่งข้อมูลหรือไม่เข้าร่วมการประเมิน
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ก็จะถูกถอดรายชื่อออกจากระบบตามระเบียบที่กำหนด
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ข่าวสด



