‘ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป’ ปรับเพิ่มเป้ายอดขาย ปี 69 เป็นโต 4-6% หลังประกาศผลงาน Q2/69 มียอดขายโตต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 4 แต่ลดงบลงทุนปีนี้ลงมาที่ 5,000-5,500 ล้านบาท
อัปเดตเมื่อ: 3 สิงหาคม 2569 เวลา 15:15อ่าน 3 นาที

บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU ปรับเพิ่มเป้ายอดขายในปี 2569 ขึ้น รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2569 มียอดขายโตต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 4
ประเด็นสำคัญ
พร้อมทำอัตรากำไรขั้นต้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 21.4% สูงกว่ากรอบเป้าหมายปี 2569 และอยู่ในระดับเดียวกับเป้าหมายปี 2573 ของบริษัท ขณะที่เงินปันผลต่อหุ้นเพิ่มขึ้น 14.3% อยู่ที่ 0.40
บาท นับเป็นการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2565 โดยคิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ระหว่างกาลที่ 3.4% กำไรต่อหุ้นเพิ่มขึ้น 3.5% เป็น 0.33 บาทต่อหุ้น
รายละเอียดเพิ่มเติม
อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 1.15 เท่า สะท้อนความแข็งแกร่งทางการเงิน การบริหารเงินทุนอย่างมีวินัย และฐานะทางการเงินที่มั่นคง สำหรับยอดขายในไตรมาส
2/2569 เพิ่มขึ้น 1.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน อยู่ที่ 33,845 ล้านบาท นับเป็นการเติบโตของยอดขายต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 4 ขณะที่ปริมาณการขายเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 10
สะท้อนความต้องการที่ยังคงแข็งแกร่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูป กลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง และกลุ่มผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า ธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท
สถานการณ์ล่าสุด
ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2569 ตอกย้ำว่ากลยุทธ์ของไทยยูเนี่ยนกำลังสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมให้แก่ผู้ถือหุ้น
ทั้งอัตรากำไรขั้นต้นที่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์และอยู่ในระดับเดียวกับเป้าหมายปี 2573 ปริมาณการขายที่เติบโตต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 10 รวมถึงเงินปันผลต่อหุ้นที่เพิ่มขึ้นกว่า 14%
ซึ่งผลลัพธ์เหล่านี้สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจและความสามารถในการส่งมอบผลการดำเนินงานที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทฯ จะยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนและมีผลกำไร
มุมมองและผลกระทบ
พร้อมสร้างคุณค่าให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว โดยอัตรากำไรขั้นต้นซึ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์นั้น ได้รับแรงหนุนจากโครงสร้างสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่เอื้ออำนวย
การดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ และการบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 10.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน อยู่ที่ 7,238 ล้านบาท ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 12.6%
เป็น 2,150 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2569 กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูป (Ambient) ยอดขายเติบโต 1.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน อยู่ที่ 16,853 ล้านบาท และปริมาณการขายเติบโต 4.4%
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์รับจ้างผลิต (Private Label) สำหรับผลิตภัณฑ์ปลาทูน่าและปลาแซลมอนบรรจุกระป๋อง รวมถึงกิจกรรมส่งเสริมการขายตามฤดูกาลในยุโรป
ขณะที่ผลิตภัณฑ์ปลาซาร์ดีนและปลาแมคเคอเรลบรรจุกระป๋องเติบโตจากกระแสความนิยมในตลาด โดยการบริโภคปลาซาร์ดีนทั่วโลกเพิ่มขึ้น 13% และปลาแมคเคอเรลเพิ่มขึ้น 7% ในปี 2568
เนื่องด้วยกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ที่หันมาใส่ใจสุขภาพและมองหาแหล่งโปรตีนในราคาที่เข้าถึงได้ อัตรากำไรขั้นต้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 2…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



