มากกว่าแสงสว่าง แต่เป็นพลังงานแห่งอนาคต: ย้อนรอย 68 ปี MEA จากแสงแรกแห่งสยามสู่พลังงานขับเคลื่อนเมือง ผ่าน MEA SPARK
อัปเดตเมื่อ: 1 สิงหาคม 2569 เวลา 12:00อ่าน 3 นาที

กรุงเทพมหานคร ในวันนี้คือเมืองที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานแทบตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่แสงไฟในอาคาร การสื่อสาร ไปจนถึงเทคโนโลยีที่แทรกอยู่ในแทบทุกกิจกรรมของชีวิตประจำวัน ประเด็นสำคัญ
อ่านข่าวในหมวด ธุรกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ย้อนรอยแสงสว่างจากตะเกียงสู่โครงข่ายไฟฟ้า Smart Metro Grid อาคารพิพิธภัณฑ์ที่เปี่ยมด้วยประวัติศาสตร์ แต่ก่อนที่ไฟฟ้าจะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่เราคุ้นเคย
เมืองแห่งนี้เคยสว่างด้วยแสงจากตะเกียงและโคมไฟริมแม่น้ำ และต้องผ่านการเปลี่ยนแปลงอีกหลายช่วงเวลา กว่าจะกลายมาเป็นมหานครที่เต็มไปด้วยตึกสูง แสงสี
รายละเอียดเพิ่มเติม
และระบบพลังงานที่รองรับผู้คนจำนวนมากอย่างในปัจจุบัน ในโอกาสครบรอบ 68 ปี การไฟฟ้านครหลวง (MEA) ในวันที่ 1 สิงหาคม 2569 นี้ THE STANDARD
ชวนย้อนดูความสัมพันธ์ระหว่างไฟฟ้ากับการเติบโตของเมือง ผ่าน MEA SPARK พิพิธภัณฑ์การไฟฟ้าไทย นิทรรศการที่จะพาคุณท่องเวลาตั้งแต่แสงไฟดวงแรก สู่นวัตกรรมแห่งอนาคต
พร้อมจุดประกายไอเดียใหม่ๆ ให้คนรุ่นใหม่ได้ร่วมพัฒนาเมืองนี้ไปพร้อมกัน การไฟฟ้านครหลวง (กฟน. หรือ MEA) คือรัฐวิสาหกิจผู้จำหน่ายไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ
สถานการณ์ล่าสุด
สามจังหวัดที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงที่สุดของประเทศไทย และเป็นผู้ดูแลระบบไฟฟ้าให้มีความเสถียร เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมือง ย้อนรอยแสงสว่างจากตะเกียงสู่โครงข่ายไฟฟ้า Smart Metro
Grid ภายใน MEA SPARK จะพาเราออกเดินทางข้ามเวลาไปทีละโซน โดยเริ่มต้นที่ห้องแรก “ บางกอกใต้แสงประทีป” ที่จำลองบรรยากาศกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนก่อนมีไฟฟ้า อ้างอิงบันทึกของแหม่มแอนนา
หรือ แอนนา ลีโอโนเวนส์ (Anna Leonowens) ครูสอนภาษาอังกฤษในราชสำนักสมัยรัชกาลที่ 4 ที่บรรยายแสงตะเกียงและโคมไฟตามเรือนแพริมแม่น้ำว่างดงามราวเทพนิยาย ก่อนนำผู้ชมเข้าสู่ห้อง
มุมมองและผลกระทบ
“ผจญภัยทะลุมิติเวลา” ที่จำลองบทสนทนาของหมอบรัดเลย์กับเจ้าหมื่นไวยวรนาถ (เจิม แสง-ชูโต) ผู้บุกเบิกการนำเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเข้ามาทดลองที่โรงทหารหน้า
เรื่องราวเดินทางต่อมายังห้อง “แสงแรกแห่งสยาม” ซึ่งจำลองท้องพระโรงพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท สถานที่ที่ไฟฟ้าถูกใช้อย่างเป็นทางการครั้งแรกในไทย ในวันที่ 20 กันยายน พ.ศ.
2427 ตรงกับวันเฉลิมพระชนมพรรษารัชกาลที่ 5 โดยห้องนี้มีไฮไลต์คือโคมระย้าไฟฟ้าจำลองในท้องพระโรงที่ออกแบบมาอย่างสวยงามและเป็นจุดที่ผู้ชมนิยมถ่ายรูปมากที่สุดแห่งหนึ่งในพิพิธภัณฑ์
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ส่วนถัดมาเล่าถึงการขยายตัวของกิจการไฟฟ้าผ่านบริษัท ไฟฟ้าสยาม จำกัด ในห้อง “พบกับนายฝรั่ง” ซึ่งจำลองเสียงบรรยายของนายอ็อก เวสเตนโฮลซ์ (Aage Westenholz)
วิศวกรชาวเดนมาร์กผู้บริหารโรงไฟฟ้าวัดเลียบ เล่าเรื่องราวราวและต้อนรับผู้ชมด้วยตนเอง ควบคู่กับฉากจำลองย่านการค้าและแผนที่เส้นทางรถรางในสมัยนั้น โรงไฟฟ้าวัดเลียบเปิดทำการตั้งแต่ พ.ศ.
2432 นับเป็นโรงไฟฟ้าแห่งแรกของประเทศ ภายใต้การนำของเวสเตนโฮลซ์ ผู้ควบรวมกิจการรถรางไฟฟ้าเข้ามาดำเนินการร่วม โดยปี พ.ศ. 2474 นิตยสาร Far Eastern Review ยกให้โรงไฟฟ้าวัดเลียบเป็น…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



