ทร.เดินหน้าเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม เคลียร์พื้นที่แล้วกว่า 60% ชี้เก็บร่วมไม่คืบหน้า
อัปเดตเมื่อ: 30 กรกฎาคม 2569 เวลา 14:25อ่าน 3 นาที

ทร.เดินหน้าเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม ปรับลดพื้นที่ปนเปื้อนแล้วกว่า 60% ตามถ้อยแถลงร่วมไทย–กัมพูชา ส่วนพื้นที่เก็บกู้ร่วมยังไม่มีความคืบหน้า เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า กองทัพเรือ โดยหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมกองทัพเรือ (นปท.ทร.)
ยังคงดำเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมในพื้นที่จังหวัดตราดอย่างต่อเนื่อง ตามกรอบถ้อยแถลงร่วมไทย–กัมพูชา เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568
รายละเอียดเพิ่มเติม
เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้แก่กำลังพลและประชาชน รวมทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ประโยชน์พื้นที่ชายแดนได้อย่างปลอดภัย พล.ร.ต.ปารัช กล่าวว่า ปัจจุบัน
ผลการดำเนินงานมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยจากพื้นที่ปฏิบัติการตามแผนปีงบประมาณ 2569 ของ นปท.ทร. ซึ่งมีเป้าหมายรวม 488,494 ตารางเมตร
ฝ่ายไทยสามารถปรับลดพื้นที่ปนเปื้อนทุ่นระเบิดแล้ว 296,996 ตารางเมตร คิดเป็นร้อยละ 60.80 ตรวจพบและเก็บกู้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล 589 ทุ่น และวัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิด (UXO) 40 รายการ
สถานการณ์ล่าสุด
โดยบางพื้นที่ดำเนินการแล้วเสร็จร้อยละ 100 ขณะที่บางพื้นที่ยังอยู่ระหว่างการเก็บกู้และตรวจสอบ สำหรับพื้นที่ที่กำหนดไว้สำหรับการเก็บกู้ร่วมระหว่างไทยและกัมพูชา
ตามถ้อยแถลงร่วมเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 มีขนาด 96,373 ตารางเมตร ปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้าในการดำเนินการร่วม และยังคงสงวนไว้เพื่อรอการปฏิบัติของทั้งสองฝ่าย พล.ร.ต.ปารัช
กล่าวว่า นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 กองร้อยทหารช่างของกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (ร้อย.ช.กจต.)
มุมมองและผลกระทบ
ยังคงปฏิบัติภารกิจตรวจสอบและเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยในพื้นที่ บ้านท่าเส้น บริเวณอาคารคาสิโนทมอดา ตรวจพบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิด PMN-2 จำนวน 1 ทุ่น
ซึ่งจากการประเมินเบื้องต้นคาดว่าเป็นทุ่นระเบิดที่ถูกวางไว้ก่อนการเข้ายึดคืนพื้นที่ของฝ่ายไทย ขณะเดียวกัน ในพื้นที่ บ้านชำราก ตรวจพบทุ่นระเบิดเพิ่มเติมอีก 2 ทุ่น ได้แก่ ชนิด POMZ
จำนวน 1 ทุ่น และชนิด Type 72 จำนวน 1 ทุ่น สะท้อนให้เห็นว่ายังคงมีทุ่นระเบิดตกค้างในพื้นที่ ซึ่งจำเป็นต้องดำเนินการตรวจสอบและเก็บกู้อย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
เพื่อความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชน โฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า กองทัพเรือยังคงยึดมั่นในการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมตามหลักสากลและกรอบความร่วมมือที่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงร่วมกัน
พร้อมเดินหน้าปฏิบัติในพื้นที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายไทยอย่างเต็มกำลัง และหวังว่าพื้นที่เก็บกู้ร่วมจะสามารถดำเนินการได้โดยเร็วเมื่อทั้งสองฝ่ายมีความพร้อม
เพื่อให้พื้นที่ชายแดนมีความปลอดภัยอย่างยั่งยืน และเป็นการแสดงออกถึงความจริงใจในการร่วมกันแก้ไขปัญหาระหว่างสองประเทศ
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



