อิหร่านถล่มฐานทัพสหรัฐ หลังทรัมป์โวเจรจาคืบหน้า มะกันจับมือซาอุฯ โจมตีอิรัก ดันน้ำมันพุ่ง 5%
อัปเดตเมื่อ: 29 กรกฎาคม 2569 เวลา 09:40อ่าน 3 นาที

อิหร่านถล่มฐานทัพสหรัฐ หลังทรัมป์โวเจรจาคืบหน้า มะกันจับมือซาอุฯ โจมตีอิรัก ดันน้ำมันพุ่ง 5% บีบีซีและซีเอ็นเอ็นรายงานว่า กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 28
ประเด็นสำคัญ
กรกฎาคม เวลา 17.45 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านยิงขีปนาวุธพิสัยไกลหลายลูกเพื่อโจมตีกองทัพสหรัฐในตะวันออกกลางอย่างฉับพลัน ทั้งนี้
สามารถสกัดกั้นขีปนาวุธทั้งหมดได้สำเร็จ การโจมตีในครั้งนี้เกิดขึ้นระหว่างการหยุดยิงชั่วคราวเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเปิดทางให้การเจรจากลับมาดำเนินต่อ
รายละเอียดเพิ่มเติม
ก่อนหน้านี้เพียงหนึ่งวัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ กล่าวว่า การเจรจากับอิหร่านดำเนินไปอย่างเป็นมิตร จึงคิดว่ามีโอกาสที่จะเกิดความคืบหน้า แต่ก็ย้ำว่า
สหรัฐอาจกลับไปโจมตีอย่างที่เคยทำมาแล้ว หากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตาม เอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงต่างประเทศอิหร่าน ระบุแย้งว่า ไม่มีการเจรจากับสหรัฐในขณะนี้
การเข้าถึงและควบคุมช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นประเด็นสำคัญในการเจรจาระหว่างทั้งสองฝ่าย ในวันเดียวกัน เทอร์คี อัล-มาลิกี โฆษกกระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบีย กล่าวว่า
สถานการณ์ล่าสุด
สามารถสกัดและทำลายโดรนหลายลำจากอิรักที่มุ่งโจมตีโรงงานและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านปิโตรเลียมในภูมิภาคตะวันออกของประเทศได้สำเร็จ
ซึ่งดำเนินการโดยกองกำลังติดอาวุธที่มีความเชื่อมโยงกับอิหร่าน อีกทั้ง CENTCOM ระบุอีกว่า
กองทัพสหรัฐและซาอุดีอาระเบียร่วมกันปฏิบัติการโจมตีแบบแม่นยำต่อกลุ่มก่อการร้ายที่มีความเชื่อมโยงกับอิหร่านในอิรัก ซึ่งได้รับคำสั่งจาก IRGC
มุมมองและผลกระทบ
ให้โจมตีกองกำลังสหรัฐและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของซาอุดีอาระเบียด้วยโดรนทางอากาศมากกว่า 30 ครั้ง ในช่วง 72 ชั่วโมงที่ผ่านมา ที่ผ่านมา
ซาอุดีอาระเบียพยายามหลีกเลี่ยงการเข้าไปมีส่วนร่วมอย่างเต็มตัวในความขัดแย้ง อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลัง
ซาอุดีอาระเบียตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านในอิรักมากขึ้น รวมทั้งเผชิญกับการโจมตีจากกลุ่มฮูตีต่อเรือของซาอุดีอาระเบียในบริเวณทะเลแดงมากขึ้นด้วย
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ล่าสุด ในวันที่ 29 กรกฎาคม กระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบีย เปิดเผยว่า ซาอุดีอาระเบียร่วมกับสหรัฐได้ดำเนินการโจมตีแบบจำกัดและมุ่งเป้าต่อกองกำลังติดอาวุธดังกล่าว พร้อมบอกว่า
ไม่ได้ต้องการให้สถานการณ์บานปลาย แต่จะตอบโต้ต่อการรุกรานใด ๆ ที่มุ่งเป้ามายังประเทศ ขณะเดียวกัน CENTCOM กล่าวว่า
เครื่องบินขับไล่ของสหรัฐและซาอุดีอาระเบียได้โจมตีคลังอาวุธและศูนย์ลำเลียงยุทโธปกรณ์ของกลุ่มก่อการร้ายหลายแห่งในภาคตะวันออกของอิรัก
เพื่อตอบโต้การโจมตีด้วยโดรนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระทรวงกลาโหมสหรัฐ (เพนตากอน) ระบุว่า มีทหารสหรัฐอย่างน้อย 624 นายได้รับบาดเจ็บ ตั้งแต่การโจมตีเริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์
โดยในบรรดาผู้บาดเจ็บดังกล่าวมี 417 นายที่ได้รับบาดเจ็บจากปฏิบัติการ Operation Epic Fury ซึ่งเป็นปฏิบัติการทางทหารร่วมระหว่างสหรัฐและอิสราเอ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



