ธรรมนัส ลงพื้นที่ช่วย 58 ครอบครัวถูกไฟไหม้ ย้ำความเดือดร้อนปชช.ต้องแยกจากการเมือง
อัปเดตเมื่อ: 4 สิงหาคม 2569 เวลา 12:15อ่าน 3 นาที

ธรรมนัส ลงพื้นที่ช่วย 58 ครัวเรือนเหยื่อไฟไหม้ชุมชนริมคลองนางหงษ์ มอบถุงยังชีพ-เร่งที่พักระหว่างรอสร้างบ้านใหม่ ลั่นหากราชการช้าพร้อมใช้มูลนิธิสำรองช่วย ย้ำความเดือดร้อน
ประเด็นสำคัญ
ปชช.ต้องแยกจากการเมือง เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ที่ชุมชนหลังวัดริมคลองนางหงษ์ กรุงเทพมหานคร ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม พร้อมด้วยมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า นายกองตรี ธนกฤต
จิตรอารีย์รัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์พรรคกล้าธรรม และคณะ ลงพื้นที่พบปะประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้ชุมชนบริเวณพระราม 6 เพื่อมอบถุงยังชีพให้แก่ผู้ประสบภัย
รายละเอียดเพิ่มเติม
พร้อมติดตามและแจ้งความคืบหน้าการก่อสร้างอาคาร ตลอดจนมาตรการและเงินช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัยแก่ผู้ได้รับผลกระทบรวม 58 ครอบครัว
รวมถึงแนวทางจัดหาที่พักอาศัยชั่วคราวระหว่างรอการก่อสร้างที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ตั้งแต่ทราบข่าวเหตุการณ์และความเดือดร้อนของประชาชนในชุมชน ตนมีความเป็นห่วงมาโดยตลอด
เพราะผู้ได้รับผลกระทบจำนวนมากเป็นประชาชนระดับฐานรากในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งจากประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา เมื่อเกิดเหตุการณ์ใหม่ๆ มักได้รับความสนใจจากทุกภาคส่วน
สถานการณ์ล่าสุด
แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความสนใจเหล่านั้นอาจลดลง และสุดท้ายประชาชนผู้ประสบความเดือดร้อนอาจถูกลืม ทั้งที่ปัญหายังคงอยู่และยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างสมบูรณ์
โดยภายหลังได้รับข้อมูลว่าหลายครอบครัวจำเป็นต้องแยกย้ายออกจากชุมชน บางครอบครัวไปอาศัยอยู่กับญาติ ขณะที่บางส่วนต้องเดินทางกลับภูมิลำเนาเดิม
ทำให้การรวมตัวเพื่อประสานขอความช่วยเหลือจากภาครัฐและภาคส่วนต่างๆ ทำได้ยากขึ้น จึงได้มอบหมายให้นายธนกฤต ในนามพรรคกล้าธรรม
มุมมองและผลกระทบ
ลงพื้นที่ติดตามปัญหาและประสานให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่องและจริงจัง ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ก่อนเข้าสู่เส้นทางการเมือง ตนทำงานด้านการช่วยเหลือประชาชนผ่านมูลนิธิธรรมนัส
พรหมเผ่า มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ อุบัติภัย และเหตุการณ์ต่างๆ ดังนั้นเมื่อเกิดความเดือดร้อนขึ้น
สิ่งสำคัญคือทุกภาคส่วนต้องเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยกันแก้ไข ไม่ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานรัฐเพียงฝ่ายเดียว ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าภาครัฐไม่ได้ให้ความสำคัญหรือไม่ใส่ใจ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
แต่ภาคสังคม ภาคเอกชน และองค์กรการกุศลต่างๆ สามารถเข้ามาสนับสนุนและช่วยผลักดันให้การแก้ไขปัญหาเดินหน้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ประชาชนกำลังเผชิญความเดือดร้อนและไม่สามารถรอขั้นตอนต่างๆ ได้ ร.อ.ธรรมนัสยังกล่าวถึงตัวอย่างประสบการณ์การลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนจากเหตุอุทกภัยใน อ.หาดใหญ่
จ.สงขลา ซึ่งตนอยู่ในพื้นที่เป็นเวลา 2 คืน และมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือประชาชนกว่า 600 คน โดยได้รับความร่วมมือจากกลุ่มจิตอาสาและภาคเอกชนจำนวนมากที่เข้ามาทำงานโดยไม่หวังผลตอบแทน
สะท้อนให้เห็นว่าพลังของภาคประชาชนและภาคเอกชนมีความสำคัญอย่างมากในสถานการณ์วิกฤต ร.อ.ธรรมนัสกล่าวอีกว่า แม้ปัจจุบันไม่ได้เป็นรัฐบาล แต่จากประ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



