ข้ามไปยังเนื้อหา

53 คณาจารย์นิติศาสตร์-ทนาย-นักกม. จี้กกต.ส่งศาล ฟันฮั้วส.ว. ยกข้อกม.เตือนสติ ปิดช่องลอยนวลพ้นผิด

อัปเดตเมื่อ: 16 สิงหาคม 2569 เวลา 13:53อ่าน 3 นาที

53 คณาจารย์นิติศาสตร์-ทนาย-นักกม. จี้กกต.ส่งศาล ฟันฮั้วส.ว. ยกข้อกม.เตือนสติ ปิดช่องลอยนวลพ้นผิด
แชร์ข่าวนี้

53 คณาจารย์นิติศาสตร์-ทนาย-นักกฎหมาย ออกจกหมายเปิดผนึก จี้ กกต.ส่งศาลฎีกาฟันฮั้ว ส.ว. เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง พร้อมแจงความโปร่งใสพยานหลักฐาน อยู่บนข้อเท็จจริงหรือไม่ เมื่อวันที่ 16

ประเด็นสำคัญ

สิงหาคม ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณาจารย์คณะนิติศาสตร์ นำโดย ศ.สมชาย ปรีชาศิลปกุล ผศ.ดร.ณัฐมล คงเจริญ ผศ.ดร.กฤษณ์พชร โสมณวัตร ผศ.ดร.ดรุณี ไพศาลพาณิชย์กุล ดร.สงกรานต์

ป้องบุญจันทร์ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.อรรถจักร สัตยานุรักษ์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นายชำนาญ จันทร์เรือง ข้าราชการบำนาญด้านกฎหมาย ร่วมกันอ่านแถลงการณ์จดหมายเปิดผนึก

รายละเอียดเพิ่มเติม

นักกฎหมาย ทนายความ และคณาจารย์นิติศาสตร์ เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่ของ กกต.ในคดีฮั้ว ส.ว.ที่อาจไม่สุจริต ไม่เที่ยงธรรม และไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื้อหาระบุว่า

นับตั้งแต่การประกาศผลการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ในวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ.2567 ได้มีการตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและความชอบด้วยกฎหมายของการได้มาซึ่ง ส.ว.ชุดปัจจุบัน

อันเนื่องมาจากความไม่ชอบมาพากลของกระบวนการตามที่มีการนำเสนอต่อสาธาธารณะมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ภาคประชาชนและผู้ที่เห็นว่าตนเองเสียหายจากการทุจริตในการสรรหา

สถานการณ์ล่าสุด

ส.ว.ได้ร้องเรียนและเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งมีหน้าที่ตามกฎหมายในการดำเนินการให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม

ทำการไต่สวนและดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำให้การสรรหา ส.ว.ไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม หรือที่รู้จักกันแพร่หลายว่า “การฮั้ว ส.ว.” อย่างไรก็ตาม

การดำเนินการตรวจสอบการทุจริตในการสรรหา ส.ว.ของ กกต.ได้สร้างความกังขาให้กับสังคมอย่างมาก ด้วยเหตุผลอย่างน้อยสองประการ ได้แก่

มุมมองและผลกระทบ

1.ความล่าช้าในการส่งเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งพิจารณาพิพากษา สังคมมีคำถามต่อการปฏิบัติงานของ กกต.ว่าเหตุใดจึงใช้เวลาไต่สวน รวบรวมพยานหลักฐานยาวนานกว่าสองปี

แต่ก็ยังไม่ยื่นเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณาพิพากษาตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ทั้งที่มาตรฐานทางกฎหมายที่ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 มาตรา 62 กำหนดเพียงให้

“มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้สมัครหรือผู้ใดกระทำการอันเป็นการทุจริตในการเลือกหรือรู้เห็นกับการกระทำของบุคคลอื่น อันทำให้การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม”

ข้อมูลจากแหล่งข่าว

กกต.ก็มีหน้าที่ต้องยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อสั่งให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นแล้ว จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะจำนวนมาก หลักฐาน “การฮั้ว

ส.ว.” น่าจะเกินข้อเรียกร้องทางกฎหมายที่เรียกร้องเพียง “มีหลักฐานอันควรเชื่อได้” ไปมากแล้ว รวมทั้งเป็นไปได้ว่าพยานหลักฐานที่ปรากฏแก่

กกต.จะมากกว่าที่ปรากฏต่อประชาชนทั่วไป จึงมีคำถามว่าทำไม กกต.ยังคงดึงเรื่องไว้เป็นเวลากว่า 2 ปี การดำเนินการที่ล่าช้าของ

กกต.สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อระบบการเมืองและอำนาจอธิปไตยของประเทศ การทำงานที่ล่าช้าส่งผลให้ ส.ว.ที่ถูก…

อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน

ถ้าชอบข่าวนี้ ช่วยแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วย
แหล่งข่าว: มติชน · 53 คณาจารย์นิติศาสตร์-ทนาย-นักกม. จี้กกต.ส่งศาล ฟันฮั้วส.ว. ยกข้อกม.เตือนสติ ปิดช่องลอยนวลพ้นผิด
เลื่อนลงเพื่ออ่านข่าวถัดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง