สหรัฐ-แคนาดาเจรจาภาษีล่ม ต่างฝ่ายโทษเป็นต้นเหตุ มะกันประกาศเก็บ 50%
อัปเดตเมื่อ: 22 สิงหาคม 2569 เวลา 13:36อ่าน 2 นาที

สหรัฐ-แคนาดาเจรจาภาษีล่ม ต่างฝ่ายโทษเป็นต้นเหตุ มะกันประกาศเก็บ 50% รอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม สหรัฐกำหนดเก็บภาษีต่อสินค้าแคนาดาบางประเภท 50%
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
หลังจากที่ทั้งสองประเทศล้มเหลวในการบรรลุข้อตกลงทางการค้า โดยมีการกล่าวหาต่อกันว่าเป็นผู้ทำให้การเจรจาที่ดำเนินมาตลอดหลายวันต้องล้มเหลว โดยมาตรการภาษีมีกำหนดบังคับใช้กับสินค้าจาก
แคนาดามูลค่าราว 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เช่น ไม้ฮอกกี้ที่ปัจจุบันแทบไม่มีการใช้งานแล้ว ซึ่งไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญต่อแคนาดา ซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของสหรัฐ
รายละเอียดเพิ่มเติม
รองจากเม็กซิโก โดยสินค้าดังกล่าวคิดเป็นเพียงกว่า 5% ของการส่งออกของแคนาดาไปยังสหรัฐ ทั้งนี้ การดำหนดมาตรการภาษีครั้งใหม่เป็นการเพิ่มระดับความตึงเครียดระหว่างนายโดนัลด์ ทรัมป์
ประธานาธิบดีสหรัฐ และนายมาร์ค คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา และมีแนวโน้มว่าจะทำให้การเจรจาในวงกว้างเพื่อปรับปรุงข้อตกลงการค้าเสรีสหรัฐฯ-เม็กซิโก-แคนาดา (USMCA) เป็นไปได้ยากขึ้น
คาร์นีย์กล่าวว่า เขาได้ระงับการเจรจาการค้า และแคนาดาจะตอบโต้ภาษีใหม่ด้วยมาตรการดอลลาร์ต่อดอลลาร์ หรือเรียกเก็บภาษีตอบโต้ในมูลค่าเท่ากัน และบอกว่า
สถานการณ์ล่าสุด
ได้ตัดสินใจระงับการเจรจาการค้ากับสหรัฐ และสั่งให้คณะผู้เจรจาของแคนาดากลับกรุงออตตาวา “คณะผู้เจรจาได้ทำงานอย่างหนักและด้วยความสุจริตใจ
เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาวแคนาดาตลอดการเจรจาครั้งนี้จนถึงนาทีสุดท้าย อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขที่สหรัฐ เสนอในช่วงนาทีสุดท้ายนั้นไม่เป็นธรรม ไม่สมเหตุสมผลทางเศรษฐกิจ
และทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของข้อตกลง” คาร์นีย์กล่าว นายเจมิสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ แถลงที่ทำเนียบขาวว่า
มุมมองและผลกระทบ
แคนาดาปฏิเสธที่จะบรรลุข้อตกลงการค้าตามเงื่อนไขที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันไว้เมื่อต้นสัปดาห์ แคนาดาพลาดโอกาสในการสร้างความร่วมมือกับสหรัฐ ซึ่งมีเศรษฐกิจที่เติบโตเร็วที่สุดในกลุ่ม G7
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลทรัมป์รายหนึ่งกล่าวว่า ข้อเสนอของสหรัฐจะทำให้แคนาดามีสถานะด้านภาษีที่ดีที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศผู้ส่งออกรายใหญ่รายอื่นๆ ที่ส่งสินค้าไปยังสหรัฐ
แต่แคนาดาต้องการข้อแลกเปลี่ยนเพิ่มเติม โดยเฉพาะในประเด็น เหล็ก อะลูมิเนียม รถยนต์ และไม้เนื้ออ่อนสำหรับการก่อสร้าง
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



