กทม. กางแผนรับมือฝนตกหนัก-น้ำท่วม สั่งตั้งศูนย์บรรเทาภัย 50 เขต พร้อมประสานปริมณฑลจัดการน้ำไร้รอยต่อ
อัปเดตเมื่อ: 3 สิงหาคม 2569 เวลา 17:51อ่าน 3 นาที

วันนี้ (3 สิงหาคม) ณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงมาตรการเชิงรุกในการเตรียมความพร้อมระบบระบายน้ำและแผนฉุกเฉิน
ประเด็นสำคัญ
เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากสถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) โดยระบุว่า กทม. ได้ยกระดับการเตรียมความพร้อมภายใต้
แผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร ประจำปี 2569 ควบคู่กับแผนเผชิญเหตุ พร้อมสั่งการให้จัดตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขึ้นในทุก 50 สำนักงานเขต
รายละเอียดเพิ่มเติม
เพื่อเป็นศูนย์กลางในการเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อย่างทันท่วงที โดยมีมาตรการปฏิบัติงานที่เข้มข้นในหลายมิติ ดังนี้ ปลัด กทม. ได้มอบหมายให้สำนักงานเขตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
จัดเตรียมอุปกรณ์และบุคลากรเพื่อลงพื้นที่แก้ไขปัญหาทันที โดยมุ่งเป้าไปที่จุดอ่อนน้ำท่วมขัง พื้นที่ลุ่มต่ำ เขตเศรษฐกิจ และชุมชนริมคลอง
พร้อมกำชับให้ตรวจสอบและลอกท่อระบายน้ำในถนนสายรองและซอยย่อยไม่ให้มีขยะอุดตัน นอกจากนี้ ยังมีการจัดหน่วยเคลื่อนที่เร็ว (BEST) และเจ้าหน้าที่เทศกิจ เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจร
สถานการณ์ล่าสุด
และเตรียมพร้อมเข้าช่วยเหลือกรณีรถยนต์ขัดข้องหรือเครื่องยนต์ดับกลางน้ำท่วมขังสูง โดยจะประสานงานร่วมกับ สำนักการระบายน้ำ (สนน.)
เพื่อสนับสนุนการระบายน้ำและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม จะทำหน้าที่ติดตามกลุ่มฝนผ่านเรดาร์ พร้อมตรวจสอบระดับน้ำในคลองและแม่น้ำเจ้าพระยาตลอด 24
ชั่วโมง ขณะเดียวกันได้เตรียมความพร้อมโครงสร้างพื้นฐานด้านการระบายน้ำอย่างเต็มพิกัด ประกอบด้วย ประตูระบายน้ำ 244 แห่ง, สถานีสูบน้ำ 207 แห่ง, อุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่ 5 แห่ง
มุมมองและผลกระทบ
และบ่อสูบน้ำ 371 แห่ง ซึ่งผ่านการบำรุงรักษาให้พร้อมใช้งาน 100% อีกทั้งยังได้ดำเนินการพร่องน้ำ ในคลองและแก้มลิงให้อยู่ในระดับต่ำตามเกณฑ์ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการรองรับน้ำฝน
ลดความเสี่ยงน้ำท่วม ส่วนพื้นที่ก่อสร้างโดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้า ได้กำชับผู้รับจ้างให้เปิดทางระบายน้ำและดูแลท่อระบายน้ำชั่วคราวอย่างเข้มงวด พร้อมจัดเตรียมเครื่องสูบน้ำประจำพื้นที่
สำหรับแผนเผชิญเหตุฉุกเฉิน กทม. ได้เตรียมรถสูบน้ำเคลื่อนที่ 12 คัน พร้อมเครื่องสูบน้ำสำรอง เครื่องกำเนิดไฟฟ้า และอุปกรณ์ส่องสว่าง เข้าดูแลจุดเสี่ยง นอกจากนี้
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
สำนักการระบายน้ำยังได้อุดหนุนเครื่องสูบน้ำเครื่องยนต์อีกจำนวน 200 เครื่อง แจกจ่ายให้ 6 กลุ่มเขต เพื่อติดตั้งเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำ ในกรณีกระแสไฟฟ้าขัดข้อง กทม.
ได้ประสานการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เข้าดำเนินการตัดแต่งกิ่งไม้ตามแนวสายไฟ ติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันสัตว์รบกวน และตรวจสอบเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง พร้อมจัดเตรียมน้ำมันเชื้อเพลิง
เพื่อรับประกันว่าการทำงานของสถานีสูบน้ำและอุโมงค์ระบายน้ำจะไม่สะดุดลง เพื่อการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ กทม. ได้ประสานความร่วมมือกับจังหวัดปริมณฑลและกรมชลประทาน
(โดยเฉพาะสำนักงานชลประทานที่ 11) ในการประเมินปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบน ระดับน้ำทะเลหนุน และความจุของพื้นที่ปลา…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



