กระทรวงยุติธรรมเปิดข้อมูล ‘ป๋อง’มือฆ่า 5 ศพ ชี้พ้นโทษอยู่ใต้ JSOC 2 ปี ศาลไม่สั่งติด EM ก่อนก่อเหตุร้าย
อัปเดตเมื่อ: 5 สิงหาคม 2569 เวลา 14:49อ่าน 3 นาที

จากกรณี ฑณา เกิดทอง หรือ ป๋อง พร้อมพวกรวม 4 คน ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรมสองพี่น้องชาวรัสเซีย ก่อนนำศพไปฝังอำพรางในพื้นที่ป่ามะพร้าว ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
ประเด็นสำคัญ
และต่อมาขยายผลจนพบศพพ่อแม่ลูกชาวไทยอีก 3 ราย ซึ่งถูกฝังอำพรางในบริเวณใกล้เคียง รวมมีผู้เสียชีวิต 5 ราย โดย ฑณา เพิ่งพ้นโทษจากเรือนจำได้เพียงประมาณ 2 เดือน
จนกลายเป็นประเด็นถกเถียงเรื่องประสิทธิภาพของมาตรการเฝ้าระวังผู้พ้นโทษ และข้อถกเถียงเรื่องโทษประหารชีวิตในสังคม ตามที่มีการนำเสนอข่าวอย่างต่อเนื่องนั้น วันนี้ (5 สิงหาคม)
รายละเอียดเพิ่มเติม
แหล่งข่าวระดับสูงจากกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยผลการตรวจสอบข้อมูลมาตรการเฝ้าระวังภายหลังพ้นโทษของ ฑณา อายุ 43 ปี อดีตผู้ต้องขังคดีพยายามฆ่า ความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน
และความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งรับโทษจำคุก 7 ปี 7 เดือน 25 วัน โดยรับโทษครบตามคำพิพากษา ไม่มีการลดโทษหรือได้รับพระราชทานอภัยโทษ ก่อนพ้นโทษจากเรือนจำพิเศษพัทยาเมื่อวันที่ 5
มิถุนายน 2569 แหล่งข่าวระบุว่า ก่อนครบกำหนดโทษ ฑณา อยู่ในข่ายที่ต้องเข้าสู่กระบวนการตามพระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ.
สถานการณ์ล่าสุด
2565 หรือกฎหมาย JSOC เนื่องจากเป็นผู้ต้องขังคดีที่อยู่ในบัญชีความผิดตามกฎหมายดังกล่าว โดยเรือนจำจะเริ่มประเมินความเสี่ยงล่วงหน้าประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี ก่อนพ้นโทษ
เพื่อเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการระดับเรือนจำ ก่อนส่งต่อให้ คณะกรรมการพิจารณากำหนดมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ หรือคณะกรรมการตามมาตรา 16 พิจารณากลั่นกรอง
และเสนอผ่านพนักงานอัยการให้ศาลไต่สวนเพื่อกำหนดมาตรการเฝ้าระวังเป็นลำดับสุดท้าย จากการพิจารณา คณะกรรมการตามมาตรา 16 มีความเห็นเสนอให้กำหนดมาตรการเฝ้าระวังภายหลังพ้นโทษเป็นเวลา 2 ปี
มุมมองและผลกระทบ
ก่อนที่ศาลจังหวัดระยองจะไต่สวนคำร้องเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 และมีคำสั่งให้ใช่มาตรการดังกล่าว โดยกำหนดให้นายฑณารายงานตัวต่อสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดชลบุรีทุก 3 เดือน
ห้ามทำกิจกรรมเสี่ยง และต้องเข้ารับการบำบัดฟื้นฟูตามที่พนักงานคุมประพฤติกำหนด อย่างไรก็ตาม ศาลไม่มีคำสั่งเพิ่มเติมให้ติดกำไลอิเล็กทรอนิกส์ (EM) ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่า
ภายหลังพ้นโทษฑณา เข้ารายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติเพียง 1 ครั้ง ก่อนก่อเหตุอุกฉกรรจ์ในพื้นที่ ต.ห้วยใหญ่ จ.ชลบุรี ซึ่งนำไปสู่การพบผู้เสียชีวิตรวม 5 ราย แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ปัจจุบันฑณายังคงถูกควบคุมตัวอยู่ภายในเรือนจำพิเศษพัทยา และยังไม่มีแนวโน้มถูกย้ายไปคุมขังในเรือนจำความมั่นคงสูง หรือเรือนจำซูเปอร์แม็กซ์
เนื่องจากการพิจารณาย้ายผู้ต้องขังจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมระหว่างถูกคุมขังเป็นสำคัญ ไม่ใช่อาศัยเพียงความร้ายแรงของคดี โดยการย้ายไปเรือนจำความมั่นคงสูง
จะพิจารณาเมื่อผู้ต้องขังมีพฤติกรรมกระด้างกระเดื่อง ฝ่าฝืนระเบียบ พยายามสร้างอิทธิพลภายในเรือนจำ พยายามหลบหนี
หรือเป็นภัยต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของผู้ต้องขังรายอื่นหรือเจ้าหน้าที่ หากยังไม่มีพฤติกรรมเข้…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



