‘อนุทิน’ ลุยสางคดีฆาตกรรม 5 ศพชลบุรี สั่งปิดช่องโหว่กฎหมาย จี้ราชทัณฑ์คุมเข้มผู้ต้องขังพ้นโทษ หวั่นก่อเหตุซ้ำรอย
อัปเดตเมื่อ: 1 สิงหาคม 2569 เวลา 18:51อ่าน 3 นาที

วันนี้ (1 สิงหาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ นริศ นิรามัยวงศ์
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เดินทางมายังสถานีตำรวจภูธรห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ภายหลังลงพื้นที่ตรวจสอบจุดพบศพชาวรัสเซีย 2 ราย และจุดพบศพครอบครัวชาวไทย 3 พ่อแม่ลูก
ซึ่งอยู่ห่างกันประมาณ 2 กิโลเมตร เมื่อเดินทางถึงสถานีตำรวจ ญาติของผู้เสียชีวิตชาวรัสเซียได้นำช่อดอกไม้มอบให้นายกรัฐมนตรี เพื่อแสดงความขอบคุณต่อการทำงานของรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ตำรวจ
รายละเอียดเพิ่มเติม
ที่สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาและเร่งคลี่คลายคดีได้อย่างรวดเร็ว จากนั้น นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะได้เข้ารับฟังการบรรยายสรุปจากชุดสืบสวนและพนักงานสอบสวนเป็นการภายใน
โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟัง ภายหลังการประชุม อนุทินได้แถลงความคืบหน้าทางคดี โดยระบุว่า การจับกุมผู้ต้องหาหลักคือ ฑณา (ป๋อง) และธง มีพยานหลักฐานที่แน่นหนา
นอกจากนี้ยังสามารถติดตามจับกุมผู้ให้การสนับสนุนการกระทำความผิดได้อีก 3-4 คน ซึ่งจากการสืบสวนพบว่ากลุ่มนี้เคยก่อเหตุมาแล้ว 2-3 ครั้ง
สถานการณ์ล่าสุด
และกำลังอยู่ระหว่างการขยายผลเพิ่มเติมถึงความเชื่อมโยงกับคดีอื่นๆ อีก 1-2 คดี ถือเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยม และสามารถขยายผลไปถึงเครือข่ายยาเสพติดได้อีกด้วย
นายกรัฐมนตรีเปิดเผยพฤติการณ์ของกลุ่มผู้ต้องหาว่า เป็นเครือข่ายที่รู้จักกันระหว่างรับโทษอยู่ในเรือนจำ เมื่อพ้นโทษออกมาได้รวมตัวกันตั้งเป็นเครือข่ายกระทำผิดกฎหมาย ทั้งคดียาเสพติด
พยายามฆ่า และฆาตกรรม โดยล่าสุดตำรวจทราบตัวเพื่อนที่รู้จักกันในเรือนจำ ซึ่งเป็นผู้โอนเงินจำนวน 3,000 บาท ให้ผู้ต้องหาใช้ในการหลบหนีแล้ว ในส่วนของการดำเนินคดี
มุมมองและผลกระทบ
ภายหลังศาลจังหวัดพัทยาอนุญาตฝากขังผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย พนักงานสอบสวนได้เบิกตัว ชัชนันท์ แป้นเอี่ยม (ฟลุ้ค) มาสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อขยายผลในประเด็นสำคัญ อย่างไรก็ตาม
กรณีกระแสข่าวลือที่ว่าป๋องอาจเชื่อมโยงกับคดีฆาตกรรมมากกว่า 5 ศพนั้น เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด หากพบหลักฐานเพิ่มเติมจะดำเนินการตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด
อนุทินได้ฝากถึงสื่อมวลชนในการนำเสนอข่าว โดยขอให้หลีกเลี่ยงการใช้คำว่า นักท่องเที่ยว กับผู้เสียชีวิตชาวรัสเซียทั้ง 2 ราย เนื่องจากทั้งคู่พำนักอยู่ในประเทศไทยพร้อมครอบครัวมานานกว่า 7
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ปี เพื่อศึกษาและประกอบธุรกิจทั้งในชลบุรีและภูเก็ต มีประวัติการเดินทางเข้าออกประเทศมากกว่า 40 ครั้ง จึงถือเป็นผู้พำนักระยะยาว พร้อมกันนี้
นายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอโทษชาวรัสเซียต่อเหตุการณ์อุกฉกรรจ์ที่เกิดขึ้น และรับปากว่าจะทำทุกวิถีทางเพื่อลงโทษผู้กระทำผิด โดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปิดทุกช่องโหว่ทางกฎหมาย
เพื่อไม่ให้ผู้ต้องหาหลุดคดีหรือได้รับการประกันตัวอย่างเด็ดขาด นายกรัฐมนตรีแสดงความกังวลต่อปัญหานักโทษที่กระทำผิดซ้ำ โดยระบุว่าผู้ต้องหาอย่างป๋องและธงที่เพิ่งพ้นโทษออกมา
กลับมีพฤติกรรมโหดเหี้ยมและไร้ความสำน…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



