รมว.ยธ. สั่งจับตา 5 พันคน บุคคลเฝ้าระวังเป็นกรณีพิเศษ ป้องกันทำผิดซ้ำหลังพ้นโทษ ลดความเสี่ยงเกิดเหตุร้าย
อัปเดตเมื่อ: 3 สิงหาคม 2569 เวลา 16:56อ่าน 3 นาที

รมว.ยุติธรรม เรียกอธิบดีราชทัณฑ์-คุ้มครองสิทธิฯ-คุมประพฤติ ถก กรณี “ผู้ต้องหาฆาตกรรมอำพราง 5 ศพ” สั่งกรมคุมประพฤติ เฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง พร้อมบูรณาการมหาดไทย
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ยกระดับมาตรการความปลอดภัยในระดับพื้นที่ ก่อนพบ “กัน จอมพลัง” และญาติผู้เสียหาย ยืนยัน ยธ.เร่งเยียวยาโดยด่วนที่สุด 3 สิงหาคม 2569 - เวลา 10.00 น. ที่กระทรวงยุติธรรม พล.ต.ท รุทธพล
เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานการประชุมหารือการดำเนินการกรณีผู้ต้องหาคดีสังหาร 2 พี่น้องชาวรัสเซีย และพ่อแม่ลูกชาวไทย 3 ราย โดยมีพล.ต.ท. สายเพชร ศรีสังข์
รายละเอียดเพิ่มเติม
ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พันตำรวจเอก อิทธิกร จิรัตนานนท์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และคณะที่ปรึกษา
ร่วมกับผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัดกระทรวงยุติธรรม อาทิ พันตำรวจโท ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ร.ต.อ. ปิยะ
รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ พร้อมด้วย นายวีรพันธ์ พวงเพ็ชร์ ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดชลบุรี นายนำโชค สอนวงษา ผู้อำนวยการกองอำนวยการเฝ้าระวังความปลอดภัยของสังคม
สถานการณ์ล่าสุด
กรมคุมประพฤติ นางสาววิยดา จั่นทอง ผู้อำนวยการกองทัณฑปฏิบัติ กรมราชทัณฑ์ เข้าร่วมประชุม พล.ต.รุทธพล เปิดเผยว่า จากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้จับกุมดำเนินคดี นายฑณา หรือป๋อง เกิดทอง
กับพวกรวม 4 คน ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรมสองพี่น้องชาวรัสเซีย ก่อนนำศพไปฝังอำพรางในพื้นที่ป่ามะพร้าว ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ต่อมาได้ขยายผลจนนำไปสู่การพบศพพ่อแม่ลูกชาวไทย
3 ราย ที่ถูกฝังอำพรางในบริเวณใกล้เคียง โดยที่ประชุมวันนี้ได้หารือถึงแนวทางการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงยุติธรรม ทั้งในส่วนของผู้ต้องหาเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย
มุมมองและผลกระทบ
การเยียวยาครอบครัวผู้เสียหาย และการเฝ้าติดตามพฤติกรรมผู้พ้นโทษในคดีต่าง ๆ โดยข้อมูลจากกรมราชทัณฑ์พบว่า ผู้ต้องหาสองรายคือ นายฑณา เกิดทอง และนายธงชัย ศรีนิล
เป็นอดีตผู้ต้องขังที่ได้รับการควบคุมตัวตามคำพิพากษาของศาลอย่างเคร่งครัด และพ้นโทษตามกำหนดหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว และผู้ต้องขังดังกล่าวมิได้รับสิทธิประโยชน์ใดเป็นกรณีพิเศษ
ไม่ว่าจะเป็นการพระราชทานอภัยโทษ การพักการลงโทษหรือการลดวันต้องโทษแต่อย่างใด อีกทั้งมิได้ปล่อยปละละเลยหรือยุติบทบาทในการป้องกันการกระทำผิดซ้ำ อย่างไรก็ตาม
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
กระทรวงยุติธรรมพร้อมที่จะประสานข้อมูลพฤติกรรมเชิงลึกร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี
และร่วมกันอุดช่องว่างเพื่อรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนรวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้สั่งการให้กรมคุมประพฤติ
ดำเนินการทบทวนและคัดกรองผู้ที่อยู่ในกลุ่มเฝ้าระวังตามมาตรการ JSOC (พ.ร.บ.มาตรการป้องกันการกระทำผิดซ้ำฯ) ประมาณ 5 พันคนทั่วประเทศ เพื่อจำแนกผู้ที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีพฤติการณ์…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



