เบื้องหลังยอดขายโต 5 เท่า ‘บียอนด์ บิวตี้’ จากผู้จัดจำหน่าย สู่ผู้ถือหุ้นใน Banobagi เกาหลีใต้
อัปเดตเมื่อ: 24 สิงหาคม 2569 เวลา 17:19อ่าน 3 นาที

หากพูดถึงหนึ่งในตลาดที่มีการแข่งขันสูงและปราบเซียนไม่แพ้อุตสาหกรรมอื่นๆ คงหนีไม่พ้นตลาดเครื่องสำอางและสกินแคร์ในประเทศไทย
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
หากสังเกตจะเห็นว่าร้านบิวตี้สโตร์มีทั้งแบรนด์ต่างประเทศและแบรนด์ไทยที่ทยอยเปิดตัวผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมใหม่ออกมาอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการแข่งขันดังกล่าว ‘บียอนด์ บิวตี้ เทรด’
ผู้นำเข้าแบรนด์ Banobagi ในประเทศไทย ได้ประกาศปรับบทบาทจากผู้นำเข้าสินค้าและผู้ทำตลาดในประเทศ สู่การเข้าถือหุ้นในบริษัทแม่ Banobagi Cosmetic ประเทศ เกาหลีใต้
รายละเอียดเพิ่มเติม
เพื่อมีส่วนร่วมในทิศทางธุรกิจและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ยศพร สุวรรณวิเชียร กรรมการผู้บริหาร บริษัท บียอนด์ บิวตี เทรด กล่าวว่า
จุดเริ่มต้นของธุรกิจมาจากความตั้งใจที่จะนำผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมความงามจากเกาหลีใต้เข้ามาสู่ตลาดไทย โดยบริษัทไม่ต้องการทำหน้าที่เพียงผู้นำเข้าสินค้าเท่านั้น
แต่ต้องการมีส่วนร่วมตั้งแต่การคัดเลือกผลิตภัณฑ์ ตามด้วยการพัฒนาสูตร และการทำตลาด ไปจนถึงการสร้างแบรนด์ให้เติบโตอย่างยั่งยืน ต่อมา บริษัทมีโอกาสทดลองผลิตภัณฑ์ของ Banobagi
สถานการณ์ล่าสุด
พบว่าแบรนด์มีจุดแข็งด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากเกาหลีใต้ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์สกินแคร์และแผ่นมาสก์หน้า (Facial Mask)
ซึ่งเดิมเน้นจำหน่ายให้กับผู้ใช้บริการภายในโรงพยาบาลและคลินิกศัลยกรรมเป็นหลัก จากนั้น บริษัทได้เริ่มเจรจากับผู้บริหารโรงพยาบาล Banobagi ในย่านกังนัม ประเทศเกาหลีใต้
จนได้รับสิทธิ์นำแบรนด์เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย พร้อมทั้งขอร่วมพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ Facial Mask ให้เหมาะสมกับสภาพผิว สภาพอากาศ และพฤติกรรมการใช้สกินแคร์ของผู้บริโภคชาวไทย
มุมมองและผลกระทบ
โดยถือเป็นจุดเริ่มต้นของการนำผลิตภัณฑ์ Facial Mask ของ Banobagi เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยเมื่อปี 2561 ในช่วงแรก Banobagi ขยายตลาดไทยผ่านช่องทาง Health & Beauty Store โดยมี Watsons
เป็นหนึ่งในช่องทางหลัก ก่อนจะขยายไปยังห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ และแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งได้รับการตอบรับดีเกินความคาดหมาย โดยในปีแรกที่นำเข้ามาทำตลาด บริษัทมียอดขายประมาณ 80–90
ล้านบาท และปัจจุบันยอดขายเพิ่มขึ้นราว 5 เท่า โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ Sheet Mask มีสัดส่วนประมาณ 95% ของยอดขายทั้งหมด โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
แบรนด์มีอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 100% จากแคมเปญ ‘มาสก์หน้า 7 วัน’ ซึ่งสอดคล้องกับการขยายตัวของตลาด Facial Mask ในประเทศไทย โดยข้อมูลจาก Euromonitor รายงานว่า
ตลาดดังกล่าวมีมูลค่ามากกว่า 6,052.9 ล้านบาทในปี 2567 เพิ่มขึ้นกว่า 73% ภายในระยะเวลา 5 ปี จากมูลค่า 3,487.6 ล้านบาทในปี 2562 และ ยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้
จากเดิมที่ผู้บริโภคอาจมองว่าการมาสก์หน้าเป็นกิจกรรมที่ทำเฉพาะในโอกาสพิเศษ แต่ Banobagi ได้ปรับกลยุทธ์การตลาดด้วยการผลักดันให้ผู้บริโภคใช้แผ่นมาสก์ในชีวิตประจำวันมากขึ้น
ซึ่งช่วยขยายฐานผู้ใช้ให้ครอบคลุมในวงกว้าง นอกจากการทำตลาดผลิตภัณฑ์ Facial Mask แล้ว Banobagi ยังเดินหน้าขยายธุรกิจกลุ่มเครื่องสำอาง ผ่านการพัฒนาผลิต…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



