‘เอกนิติ’ ปลุกลงทุน ตัวช่วยเศรษฐกิจไทยโต ลุยหางานให้ 5 ล้านคนจนทำ เอกชนขานรับมิซซิ่ง ลิงก์
อัปเดตเมื่อ: 26 กรกฎาคม 2569 เวลา 06:40อ่าน 3 นาที

‘เอกนิติ’ ปลุกลงทุน ตัวช่วยเศรษฐกิจไทยโต ลุยหางานให้ 5 ล้านคนจนทำ เอกชนขานรับมิซซิ่ง ลิงก์ เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในงานโครงการพัฒนาศักยภาพผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจระดับสูง (พศส.) ประจำปี 2569 ในหัวข้อ ศักยภาพของเศรษฐกิจไทยและมาตรการของรัฐบาลในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ
ว่า ภาพรวมของเศรษฐกิจไทยวันนี้หากถ้ามองเป็นเครื่องบินจะเห็นว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา เครื่องบินของเราบินเอียงมาตลอด เพราะเราพึ่งพาเครื่องยนต์เดียว คือ การส่งออกเมื่อโลกแย่
รายละเอียดเพิ่มเติม
เราก็จะแย่ไปด้วย แต่ภาพในประเทศของไทยกลับยังอ่อนแอ ทั้งการลงทุน การบริโภค อยู่ในระดับต่ำมาต่อเนื่อง ในขณะที่การเข้าไปช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ
ทำให้หนี้สาธารณะของรัฐบาลเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง นายเอกนิติ กล่าวว่า การสร้างสมดุลของเครื่องยนต์ให้กับเศรษฐกิจไทย หัวใจของตนในขณะนี้คือ จะผลักดันการลงทุนภาคเอกชน และการลงทุนของรัฐบาล
โดยการทำงานในหน้าที่ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา คือ ความพยายามให้การลงทุนนำการขยายตัวของเศรษฐกิจ และผลที่ได้วันนี้
สถานการณ์ล่าสุด
จะเห็นการขยายตัวของเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้นในแทบทุกตัว โดยเห็นการลงทุนภาคเอกชนโตประมาณ 10% ในไตรมาสแรกของปีนี้ และต้องการให้การลงทุนภาครัฐ ทั้งหน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจโต 9.4%
ซึ่งการโตด้วยการลงทุนจะดีกว่าการโตด้วยบริโภคที่กินใช้หมดไป นายเอกนิติ กล่าวถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับการลงทะเบียนและการคัดเลือกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ว่า
การสำรวจผู้ที่ได้รับสิทธิใหม่ครั้งนี้ ช่วยให้เราเห็นข้อมูลด้วยว่า จากคนที่ได้รับสิทธิกว่า 9 ล้านคน มีคนที่อยู่ในวัยทำงานคือ 20-60 ปีมากกว่า 5 ล้านคน จุดนี้ต้องได้รับการแก้ไข
มุมมองและผลกระทบ
เราจะให้คนมีเงินไม่ถึง 100,000 บาทต่อปีต่อไปเรื่อยๆ คงไม่ได้ รัฐบาลจะต้องใช้ข้อมูลส่วนนี้ออกมาตรการในการจัดหางาน หรือเพิ่มทักษะแรงงานให้คนเหล่านี้สามารถที่จะมีรายได้เพิ่มขึ้นต่อไป
“หลังจากการสำรวจและลงทะเบียนผู้ที่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐใหม่ในครั้งนี้สิทธิจะเพิ่มขึ้น หรือลดลงไม่ได้มีปัญหาในการจัดสรรงบประมาณ
แต่เราต้องการที่จะช่วยคนที่ไม่มีอะไรเลยให้ได้ตรงกลุ่ม ตรงจุดจริงๆ เพราะหากพิจารณาจากงบประมาณปีหนึ่งเราใช้กวา 70,000 ล้านบาทอยู่แล้ว 5 ปีที่ผ่านมาก็เป็นเงินจำนวนไม่น้อย
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
แต่นอกจากนั้นในส่วนของคนที่ไม่ได้บัตรสวัสดิการไม่ได้ว่าเราไม่ช่วย เพราะเรามีความช่วยเหลือให้กับกลุ่มอื่นๆ ทั้ง เบี้ยผู้สูงอายุ เบี้ยคนพิการ และอื่นๆ
เพราะรัฐบาลต้องการช่วยเหลือคนทุกกลุ่มอยู่แล้ว” นายเอกนิติ กล่าว ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
กล่าวถึงกรณียกเลิกโครงการแลนด์บริดจ์ว่า ขอบคุณรัฐบาล ซึ่งได้ยึดถือข้อเท็จจริงและหลักการที่ถูกต้องมาวิเคราะห์ตัวโครงการ และตัดสินใจหยุดโครงการนี้
ตรงกับสิ่งที่เราได้พยายามนำเสนอมาโดยตลอด และคิดว่าเมื่อยุติโครงการแล้ว การ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



