ปชน. เสนอ 5 ทางแก้ข้อมูลภาครัฐรั่วไหล ไม่ให้ปชช.ตกอยู่ในความเสี่ยง ชี้ควรบังคับรีเซ็ตรหัสทุกครั้ง
อัปเดตเมื่อ: 11 สิงหาคม 2569 เวลา 12:28อ่าน 3 นาที

“ปชน.”เสนอทางแก้ข้อมูลภาครัฐรั่วไหล ไม่ให้ปชช.ตกอยู่ในความเสี่ยง ถูกแฮกเกอร์ สแกมเมอร์ ชี้ควรบังคับรีเซ็ตรหัสทุกครั้ง “ธีระชาติ” แนะรวมระบบไว้ที่ส่วนกลาง แฉในอนุงบฯ กรมการปกครอง
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
เสนอ 5 โครงการ แต่มี Firewall 12 ตัว ส่วนกรมทางหลวง ของบรักษาความปลอดภัยทางคอมฯ 315 ล้าน แต่เอาแม่ข่ายไปตั้งไว้หน้าห้องน้ำ ทำให้คนอื่นเข้าถึงง่าย เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม เวลา 10.00
น. ที่รัฐสภา พรรคประชาชน นำโดยนายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายธีระชาติ ก่อตระกูล คณะทำงานผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร
รายละเอียดเพิ่มเติม
ในฐานะคณะอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ ICT และทุนหมุนเวียน ร่วมกันแถลงข่าวเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลที่รั่วไหล นายอิสริยะ กล่าวว่า
จากกรณีข้อมูลส่วนบุคคลจากหน่วยงานภาครัฐรั่วไหลในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กรณีที่เกิดขึ้นนี้มีลักษณะแตกต่างออกไป ในทางเทคนิคกรณีดังกล่าวเป็นการรั่วไหลของข้อมูลสำหรับยืนยันตัวตน หรือ
การที่รหัสผ่านหลุด สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของหน่วยงานภาครัฐไทยที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก คาดว่ามีมากกว่า 1,000 ระบบ
สถานการณ์ล่าสุด
โดยแต่ละหน่วยงานต่างพัฒนาและบริหารจัดการระบบของตนเอง ขณะที่หลายระบบถูกใช้งานมานานกว่า 10 ปี ส่งผลให้มาตรการรักษาความปลอดภัยของบางระบบอาจไม่เพียงพอต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์ในปัจจุบัน
นายอิสริยะ ยังกล่าวว่า ระบบเก่าหลายแห่งยังใช้เพียงชื่อผู้ใช้งาน (Username) และรหัสผ่าน (Password) ในการเข้าสู่ระบบ
อีกทั้งบางระบบไม่มีการกำหนดระดับสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลอย่างเหมาะสม ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการหรือผู้ดูแลระบบทั่วไปอาจสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ในระดับเดียวกับผู้บริหาร
มุมมองและผลกระทบ
รวมถึงเจ้าหน้าที่ตามสำนักงานต่าง ๆ ที่อาจใช้รหัสผ่านเพียงชุดเดียวในการเข้าถึงข้อมูลสำคัญ เช่น ข้อมูลทะเบียนราษฎร์ ขณะเดียวกัน ยังพบความเสี่ยงจากพฤติกรรมการใช้รหัสผ่านของผู้ใช้งาน
เช่น การเขียนรหัสผ่านไว้บริเวณโต๊ะทำงาน การแบ่งปันรหัสผ่านให้ผู้อื่น หรือการตั้งรหัสผ่านที่คาดเดาได้ง่าย นายอิสริยะ กล่าวว่าสำหรับกรณีล่าสุด
เข้าใจว่าอาจเริ่มต้นจากระบบฐานข้อมูลทะเบียนรถ ซึ่งเจ้าหน้าที่บางกลุ่ม เช่น เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงหรือเจ้าหน้าที่สินเชื่อ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
สามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับทะเบียนรถและผู้ครอบครองรถได้ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการรั่วไหลครั้งนี้อาจเกิดขึ้นจากหลายระบบที่เชื่อมโยงต่อเนื่องกัน สิ่งที่น่ากังวล คือ
ข้อมูลที่รั่วไหลในครั้งนี้มีความอ่อนไหวสูง โดยเฉพาะข้อมูลทะเบียนราษฎร์ รวมถึงภาพถ่ายความละเอียดสูงที่ใช้ในการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งถูกจัดเก็บอยู่ในระบบของกรมการปกครอง
ภาพดังกล่าวมีรายละเอียดมากกว่าภาพที่ปรากฏบนบัตรประจำตัวประชาชน และกรณีที่ปรากฏภาพของนายกรัฐมนตรีถูกเผยแพร่ออกมา ยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงระดับความรุนแรงของปัญหา
“สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลในชีวิตประจำวันของประชาชนไทยตกอยู่ในความเสี่ยงอย่างมาก เนื่องจากข้อมูลที่รั่วไหลอาจถูกแฮกเกอร์ สแกมเมอร์ หรือผู้ไ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



