‘อดีตเสธ.ทร.’ ฝากการบ้าน กมธ.ประนอมข้อพิพาทไทย-กัมพูชา หลังได้ 5 ชื่อครบ
อัปเดตเมื่อ: 17 สิงหาคม 2569 เวลา 07:32อ่าน 3 นาที

17 ส.ค.2569-พล.ร.อ.พัลลภ ตมิศานนท์ อดีตเสนาธิการกองทัพเรือ โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง วินิจฉัยอำนาจหน้าที่ตัวเองคือบททดสอบความยุติธรรมของคณะกรรมาธิการประนอม ตอนที่ 1
ประเด็นสำคัญ
เหตุเพราะเกี่ยวพันกับข้อพิพาทอธิปไตยเหนือเกาะกูด ระบุว่า ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีและขอต้อนรับคุณแคทรีนา คูเปอร์ นักการทูตชาวออสเตรเลียและผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศ
ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานคณะกรรมาธิการประนอมเพื่อทำหน้าที่ระงับข้อพิพาทเขตแดนทางทะเลระหว่างไทย-กัมพูชาตามกระบวนการประนอมภาคบังคับตาม UNCLOS ร่วมกับผู้ประนอมอีก 4
รายละเอียดเพิ่มเติม
ท่านที่ทั้งไทยและเขมรได้แต่งตั้งไปก่อนหน้านี้ ซึ่งถือเป็นภารกิจสำคัญที่ทั่วโลกจับตาในฐานะที่จะเป็นครั้งที่ 2 ที่มีการนำกระบวนการประนอมภาคบังคับ (Compulsory Conciliation : CC)
มาใช้ระงับข้อพิพาททางทะเลตาม UNCLOS ว่าจะประสบผลสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีเหมือน CC ครั้งแรกระหว่างติมอร์เลสเตกับออสเตรเลียช่วงปี 2559 – 2561 หรือไม่
อย่างไรก็ตามก่อนที่คณะกรรมาธิการประนอมทั้ง 5 ท่านจะดำเนินการเข้าสู่กระบวนการประนอมเต็มรูปแบบซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 1 ปีก่อนจะมีข้อเสนอแนะออกมานั้น
สถานการณ์ล่าสุด
คณะกรรมาธิการควรตรวจสอบความถูกต้องเสียก่อนว่าลักษณะของข้อพิพาททางทะเลระหว่างไทย-กัมพูชานั้น สอดคล้องหรือเป็นไปตาม UNCLOS หรือไม่
พูดง่ายๆคือควรกลัดกระดุมเม็ดแรกให้ถูกต้องและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายก่อน ทั้งนี้เพราะ UNCLOS ข้อ 298 วรรค 1 (เอ) (1)
ได้กำหนดข้อจำกัดเป็นกฎเหล็กลักษณะต้องห้ามของข้อพิพาทที่ได้รับการยกเว้นเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับได้ไว้เป็นการเฉพาะให้แตกต่างจากการประนอมภาคสมัครใจทั่วไปตาม UNCLOS ข้อ 284
มุมมองและผลกระทบ
ซึ่งไม่มีข้อจำกัดใดๆ โดยข้อพิพาทที่ได้รับการยกเว้นเข้าสู่กระบวนประนอมภาคบังคับจะมีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดดังนี้ 1.
เป็นข้อพิพาทซึ่งจำเป็นต้องเกี่ยวพันกับการพิจารณาที่ยังดำเนินอยู่ในเวลาเดียวกันของข้อพิพาทที่ยังไม่ระงับใดๆ เกี่ยวกับอธิปไตยหรือสิทธิอื่นๆเหนือเกาะ 2.
เป็นข้อพิพาทซึ่งจำเป็นต้องเกี่ยวพันกับการพิจารณาที่ยังดำเนินอยู่ในเวลาเดียวกันของข้อพิพาทที่ยังไม่ระงับใดๆ เกี่ยวกับอธิปไตยหรือสิทธิอื่นๆเหนืออาณาเขตทางบกซึ่งเป็นทวีป 3.
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
เป็นข้อพิพาทที่เกิดขึ้นก่อน 16 พฤศจิกายน 2537 ซึ่งเป็นวันที่ UNCLOS มีผลใช้บังคับ แต่เมื่อพิจารณาลักษณะของข้อพิพาททางทะเลระหว่างไทย-กัมพูชาแล้ว ชัดเจนว่ามีลักษณะต้องห้ามตาม UNCLOS
ข้อ 298 วรรค 1 (เอ) (1) ครบทั้ง 3 ข้อ ไม่สามารถนำเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับ โดยสาเหตุสำคัญข้อแรกคือเป็นข้อพิพาทที่เกี่ยวพันกับอธิปไตยเหนือเกาะกูด
เพราะกัมพูชานั้นเคลมเป็นเจ้าของพื้นที่บางส่วนของเกาะกูดมานานแล้วตั้งแต่ปี 2515 ก่อน UNCLOS มีผลใช้บังคับเมื่อปี 2537
โดยละเมิดอธิปไตยไทยด้วยการออกประกาศลากเส้นไหล่ทวีปผ่ากลางเกาะกูดและประกาศทะเลอาณาเขตโอบล้อมเกาะกูดตอนใต้เกิดเป็นข้อพิพาททั้งเขตแดนทางทะเลและอธิปไตยเหนือเกาะกูดตั้งแต่นั้นมาและกัมพูชามักใช้เป็นประเด็นปลุกเร้าทางการเมืองกับค…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



