หนี้สหรัฐฯ ทะลุ 40 ล้านล้านดอลลาร์ ดันบอนด์ยีลด์พุ่งสูงสุดในรอบเกือบ 20 ปี
อัปเดตเมื่อ: 21 สิงหาคม 2569 เวลา 16:55อ่าน 3 นาที

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล สหรัฐฯ อายุ 30 ปี พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 จนกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ต้องออกมาตรการซื้อคืนพันธบัตร แต่ผลอยู่ได้เพียงวันเดียว ตัวเลขที่ฟังดูเหมือนจะไกลตัว แต่กำลังส่งผลกระทบต่อค่างวดบ้าน ดอกเบี้ยเงินฝาก และพอร์ตลงทุนของคนทั่วไป ประเด็นสำคัญ เกิดอะไรขึ้นในตลาดพันธบัตร?
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
บอนด์ยีลด์พุ่งกระทบเงินในกระเป๋าอย่างไร? ผลกระทบต่อตลาดหุ้น? ผลต่อตลาดหุ้นไทย เกิดอะไรขึ้นในตลาดพันธบัตร?
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปี ปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบสองทศวรรษเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ทำให้ Scott Bessent รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ต้องออกมาตรการซื้อคืนพันธบัตรเพื่อบรรเทาแรงกดดัน โดยกระทรวงการคลังประกาศเพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวเป็นสองเท่า จาก 2 พันล้านดอลลาร์ เป็น 4 พันล้านดอลลาร์ต่อครั้ง ซึ่งส่งผลให้ยีลด์ 10 ปี ลดลง 0.06% มาอยู่ที่ 4.65% และยีลด์ 30 ปีลดลง 0.09% มาที่ 5.19% แต่มาตรการของ Bessent ได้ผลเพียงราวหนึ่งวัน ก่อนที่ยีลด์จะกลับมาปรับตัวขึ้นอีกครั้งในวันพฤหัสบดี (20 สิงหาคม) หากมองภาพใหญ่ ยีลด์ 10 ปีปรับขึ้นมาต่อเนื่องจากระดับ 3.96% เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ ทำไมบอนด์ยีลด์ถึงพุ่งขึ้น?
รายละเอียดเพิ่มเติม
เหตุผลที่หนึ่งคือหนี้ที่โตเร็วเกินไป รัฐบาลสหรัฐฯ ขาดดุลงบประมาณต่อเนื่องมาหลายทศวรรษ โดยหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นในอัตราราว 2 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี และเมื่อต้นสัปดาห์นี้ได้ทะลุระดับ 40 ล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรกขณะที่สหรัฐฯ ไม่ได้มีงบประมาณเกินดุลอีกเลยนับตั้งแต่ปีงบประมาณ 2001 กลไกที่เกิดขึ้นตรงไปตรงมา Steve Hanke ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ประยุกต์จาก Johns Hopkins University อธิบายว่า การขาดดุลที่โตในอัตราที่ไม่ยั่งยืนบีบให้รัฐบาลต้องออกพันธบัตรมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อมาชดเชย นั่นคืออุปทานที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ฝั่งผู้ซื้อก็บอกว่ายินดีซื้อ แต่ต้องจ่ายผลตอบแทนให้มากขึ้นถึงจะน่าสนใจ เหตุผลที่สองคือเงินเฟ้อที่ผูกกับสงครามอิหร่าน ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจากความขัดแย้งสะท้อนออกมาที่ต้นทุนเชื้อเพลิงในประเทศ ซึ่งมีศักยภาพทั้งบีบการใช้จ่ายของผู้บริโภคและเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ล่าสุดราคาน้ำมันดิบ Brent ยังยืนเหนือระดับ 93 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เหตุผลที่สามคือ AI ซึ่งเป็นมุมที่มักถูกมองข้าม การลงทุน AI จำนวนมากในปัจจุบันใช้เงินกู้เป็นหลัก ดังนั้นเมื่อบริษัทอย่าง Meta ออกหุ้นกู้เพื่อระดมทุน ก็เท่ากับเข้ามาแข่งกับรัฐบาลกลางเพื่อแย่งเงินจากผู้ซื้อพันธบัตรกลุ่มเดียวกัน ซึ่งอาจทำให้รัฐบาลต้องจ่ายผลตอบแทนสูงขึ้นเพื่อดึงดูดผู้ซื้อ Jason Goldberg นักวิเคราะห์จาก Barclays สรุปภาพนี้ว่า ผู้ซื้อพันธบัตรรัฐบาลในเวลานี้อ่อนไหวต่อราคามากขึ้นมาก นักลงทุนจึงเรียกร้องผลตอบแทนที่สูงขึ้นเพื่อแลกกับการรองรับพันธบัตรทั้งของรัฐบาลและของภาคเอกชน บอนด์ยีลด์พุ่งกระทบเงินในกระเป๋าอย่างไร?
จุดที่ยีลด์เชื่อมกับชีวิตคนทั่วไปมากที่สุดคือ ดอกเบี้ยบ้าน เพราะยีลด์ 10…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



