กอ.รมน.แจง "มทภ.4" แค่ตั้งข้อสังเกตเหตุเผา อบต. ไม่ได้ชี้ชัดโยงการเมือง
อัปเดตเมื่อ: 26 สิงหาคม 2569 เวลา 00:44อ่าน 3 นาที

วันนี้ (25 ส.ค.2569) พล.ต.ธรรมนูญ ไม้สนธิ์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนภาคใต้
ประเด็นสำคัญ
ซึ่งมีการเชื่อมโยงเหตุการณ์เผาที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ในพื้นที่ว่าอาจเกี่ยวข้องกับฝ่ายการเมือง นั้น พล.ต.ธรรมนูญ ระบุว่า คำสัมภาษณ์ของแม่ทัพภาคที่ 4
เป็นเพียงการตั้งข้อสังเกตและมุมมองจากสถานการณ์ในพื้นที่ ไม่ใช่การชี้ชัดว่าเป็นข้อเท็จจริง ซึ่งการทำงานด้านความมั่นคงจำเป็นต้องพิจารณาหลายปัจจัยและยังไม่สามารถตัดประเด็นใดทิ้งได้
รายละเอียดเพิ่มเติม
โดยข้อเท็จจริงต้องผ่านกระบวนการสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน รวมถึงการทำงานร่วมกันของ 3 ฝ่าย ได้แก่ ทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครอง โฆษก กอ.รมน.
ระบุถึงงานด้านการข่าวในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า การข่าวเชิงลึกระดับที่สามารถรู้วัน เวลาและสถานที่ก่อเหตุล่วงหน้าแบบ 100% เป็นเรื่องยาก แม้แต่ประเทศมหาอำนาจยังประสบปัญหา โดย
กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แบ่งการข่าวเป็น 2 ด้านคือ การข่าวเชิงรุก และการข่าวเชิงรับ การข่าวเชิงรุก คือการปิดล้อมตรวจค้นและติดตามเป้าหมายจากข้อมูลบุคคล ขณะที่การข่าวเชิงรับ
สถานการณ์ล่าสุด
จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญในการแจ้งเบาะแส พร้อมย้ำว่าไม่สามารถนำเจ้าหน้าที่ไปประจำทุกจุดได้ จึงต้องสร้างความเข้มแข็งของมวลชนควบคู่กัน
ส่วนประเด็นที่มีการกล่าวอ้างเรื่องการใช้เฮลิคอปเตอร์ยิงในพื้นที่ จ.นราธิวาส จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่า เจ้าหน้าที่รัฐอาจใช้ความรุนแรงกับประชาชนนั้น พล.ต. ธรรมนูญ ระบุว่า
ขอให้รอผลการตรวจสอบจากพยานหลักฐานและนิติวิทยาศาสตร์ โดยข้อมูลทางการแพทย์เบื้องต้นพบว่า ผู้บาดเจ็บถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด 9 มม. หรือ .22 มม. ไม่ใช่อาวุธสงคราม
มุมมองและผลกระทบ
และต้องตรวจสอบเพิ่มเติมทั้งวิถีกระสุน มุมยิง ร่องรอยบาดแผล รวมถึงข้อมูลการบินของเฮลิคอปเตอร์ พร้อมย้ำว่า ไม่ควรตัดสินจากภาพหรือความรู้สึก แต่ต้องยึดข้อเท็จจริง
เพราะหากดำเนินคดีกับผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและทำให้สูญเสียความร่วมมือจากประชาชน การสืบสวนสอบสวนอาจใช้เวลา แต่ต้องไม่จับผิดตัว
เพราะหากจับผิดตัวจะเกิดปัญหาต่อเนื่อง และอาจทำให้เสียมวลชน จึงขอให้เชื่อมั่นในระบบนิติวิทยาศาสตร์ที่ทำหน้าที่อย่างเป็นกลาง ส่วนสาเหตุการก่อเหตุที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
อาจเกี่ยวข้องกับการปราบปรามบุหรี่เถื่อน ยาเสพติด หรือปัจจัยทางการเมืองนั้น โฆษก กอ.รมน. ระบุว่า ยังเป็นเพียงสมมติฐานหนึ่ง ไม่สามารถสรุปได้ว่ามีสาเหตุเดียว
ต้องพิจารณาภัยแทรกซ้อนหลายด้าน ทั้งธุรกิจผิดกฎหมาย การเมืองและความพยายามทำลายความน่าเชื่อถือของภาครัฐ กอ.รมน. ประเมินว่า
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจเกี่ยวข้องกับช่องว่างช่วงการผลัดเปลี่ยนกำลัง การฝึกผู้ก่อเหตุรุ่นใหม่และความพยายามสร้างแรงกดดันต่อรัฐ แต่ยังต้องรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม
พร้อมยืนยันว่าการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้จำเป็นต้องใช้ทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ งานข่าวและความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ควบคู่กัน อ่าน…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



