ชู ‘ลองจีวีตี้ อีโคโนมี’ เครื่องยนต์ศก.ใหม่ เวทีสัมมนา ‘นิวทัวริซึ่ม นิวอีโคโนมี่’ คึกคัก ศุภวุฒิชง 4 ข้อ ไทยฮับเวลเนส นิธีชี้ททท.ลุยเศรษฐกิจเพื่อสุขภาพ
อัปเดตเมื่อ: 6 สิงหาคม 2569 เวลา 06:00อ่าน 3 นาที

ชู ‘ลองจีวีตี้ อีโคโนมี’ เครื่องยนต์ศก.ใหม่ เวทีสัมมนา ‘นิวทัวริซึ่ม นิวอีโคโนมี่’ คึกคัก ศุภวุฒิชง 4 ข้อ ไทยฮับเวลเนส นิธีชี้ททท.ลุยเศรษฐกิจเพื่อสุขภาพ
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ที่ The Crystal Box อาคารเกษรทาวเวอร์ ชั้น 19 กรุงเทพฯ กองบรรณาธิการมติชน จัดงานสัมมนา EXCLUSIVE MEETING ’NEW TOURISM NEW ECONOMY: เจาะโอกาสเศรษฐกิจสุขภาพ
พลิกอนาคตท่องเที่ยวไทย‘ เปิดเวทีแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้กำหนดนโยบาย เกี่ยวกับบทบาทของการท่องเที่ยวต่ออนาคตเศรษฐกิจไทยพลิกอนาคตท่องเที่ยว
รายละเอียดเพิ่มเติม
มีตัวแทนจากภาคธุรกิจ ราชการ บริษัทเอกชน เอสเอ็มอี เข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง นายศุภวุฒิ สายเชื้อ ประธานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ขึ้นเวทีเสวนาในหัวข้อ Longevity Economy
โอกาสใหม่ของเศรษฐกิจไทยว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างครั้งสำคัญจากการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่เพียงประเด็นด้านสาธารณสุข
แต่เป็นไฟต์บังคับของทุกภาคส่วนต้องเร่งปรับตัว วันนี้ภาคบริการกำลังกลายเป็นเครื่องยนต์ใหม่ของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการท่องเที่ยว การแพทย์ และธุรกิจด้านสุขภาพ เชื่อมโยงกับ Longevity
สถานการณ์ล่าสุด
Economy อย่างชัดเจน ข้อมูลจาก Global Wellness Institute ระบุว่า มูลค่าเศรษฐกิจด้านสุขภาพของโลกอยู่ที่ประมาณ 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตเฉลี่ย 6.2% ต่อปี
สูงกว่าการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ประเทศไทยมีมูลค่า Wellness Economy ราว 42,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 7.6% ของจีดีพี ประเมินว่า หากรวมภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจสุขภาพเข้าด้วยกัน
ปัจจุบันมีสัดส่วนไม่ต่ำกว่า 30% ของจีดีพี และในอนาคตสามารถเพิ่มเป็น 35-40% ได้ หากไทยสามารถยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ปัจจุบัน Wellness Economy ของไทยเท่ากับ 7.6% ของจีดีพี
มุมมองและผลกระทบ
ยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก เพราะ Wellness Economy ของไทย คิดเป็นเพียง 0.6% ของจีดีพีโลก อาจขยายสัดส่วนรวมการท่องเที่ยวเป็น 35-40% ได้ในอนาคต นายศุภวุฒิ กล่าวว่า การจะเป็น Wellness
Economy ประชาชนคนไทย ต้องดูดี ไม่อ้วน สุขภาพดี ร่างกายแข็งแรง อายุยืน ทำให้เกิดความเชื่อว่า มาอยู่ประเทศไทยแล้วจะสุขภาพดีและอายุยืน แปลว่าต้องดูแลสุขภาพ (healthcare)
ไม่ใช่การรักษาผู้ป่วย (medical care) เสนอแนวทางสำคัญ 4 ประการเพื่อผลักดันให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการเป็น Wellness & Longevity Hub อย่างแท้จริง
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
1.เน้นการสร้างแหล่งท่องเที่ยวน่าประทับใจในเชิงของการต่อยอดคุณภาพของชีวิตมากกว่าการส่งเสริมปริมาณการท่องเที่ยว 2.ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว
รวมทั้งความปลอดภัยจากการถูกเอาเปรียบและถูกโกง นักท่องเที่ยวจะต้องพูดกันปากต่อปากว่าประเทศไทยปลอดภัย 3.ปรับปรุงหน่วยงานของรัฐให้เป็น facilitator ให้กับภาคเอกชน ไม่ใช่เป็นแต่
regulator เช่นที่สำนักงานอาหารและยาและกระทรวงเกษตรฯ เพื่อส่งเสริมเรื่องของสมุนไพรไทย แพทย์แผนไทย และการเป็นครัวของโลก เป็นต้น และ 4.หากจะให้ประ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



