บันทึกหน้า 4
อัปเดตเมื่อ: 4 สิงหาคม 2569 เวลา 00:01อ่าน 3 นาที

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด กระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่โหมกระหน่ำอย่างหนักในช่วงนี้ แท้จริงแล้วไม่ได้สะท้อนข้อเท็จจริงทางการเมือง
ประเด็นสำคัญ
แต่เป็นเพียงเกมจิตวิทยาและสงครามข่าวสารที่ถูกขับเคลื่อนจากสองทางหลัก คือกลุ่มคนนอกที่ไม่ชอบรัฐบาล พยายามดิสเครดิตเพื่อสร้างความสั่นคลอน และ
สส.บางกลุ่มในพรรคสีน้ำเงินที่กระหายเก้าอี้กระทรวง ในจังหวะที่ อนุทิน ชาญวีรกูล เดินทางไปเยือนประเทศจีน ปล่อยข่าวลือเพื่อกดดันและต่อรองอำนาจ
รายละเอียดเพิ่มเติม
ควบคู่ไปกับกระแสข่าวดีลการเมืองข้ามประเทศเรื่องแดงเขียวที่ประเทศโมนาโก ซึ่งทั้งหมดเป็นเพียงการปั่นกระแสจากผู้ที่เข้าไม่ถึงแหล่งข่าวและไม่รู้จริงทั้งสิ้น นายกฯ อนุทิน
ได้ออกมายืนยันเสียงแข็งแล้วว่ายังไม่มีแนวคิดปรับ ครม. และไม่มีการดึงพรรคอื่นมาร่วมรัฐบาลเพิ่มอย่างแน่นอน สอดคล้องกับท่าทีของ ไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค ที่ออกมาระบุชัดเจนว่า
การพิจารณาปรับ ครม. ควรให้เวลาทำงานอย่างน้อยหนึ่งปีจึงจะเหมาะสมที่สุด การแท็กทีมสยบข่าวลือของทั้งคู่จึงเป็นการปิดประตูเกมต่อรองได้อย่างทันท่วงที
สถานการณ์ล่าสุด
งานนี้ใครที่คิดจะปล่อยข่าวรายวันเพื่อรอเสียบเก้าอี้รัฐมนตรีคงต้องคิดใหม่ เพราะทุกความเคลื่อนไหวอยู่ในสายตาและการประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
หากกลุ่มการเมืองใดหรือคนในพรรคยังฝืนเล่นนอกเกมเพื่อต่อรองอำนาจเกินขอบเขต คงต้องระวัง “ครูใหญ่” แห่งค่ายน้ำเงินจะใช้จังหวะนี้เดินเกมเอาคืนและจัดระเบียบภายในพรรคแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
จนทำให้คนที่รอจังหวะเสียบต้องชวดเก้าอี้และกระเด็นหลุดจากวงโคจรไปในที่สุด ๐ ประกาศเด็ดขาดของ อนุทิน ในฐานะ มท.1 ที่เตรียมรีเซตกระทรวงคลองหลอดครั้งใหญ่ในเดือนสิงหาคมนี้
มุมมองและผลกระทบ
เพื่อลบภาพลักษณ์กระทรวงมหาไถ ด้วยการปรับย้ายข้าราชการระดับสูงครั้งใหญ่ไฟกะพริบครอบคลุมตั้งแต่รองปลัด อธิบดี ผู้ตรวจราชการ ไปจนถึงผู้ว่าราชการจังหวัด
รวมถึงการเติมเต็มตำแหน่งที่เกษียณอายุอีกหลายสิบตำแหน่ง โดยชูนโยบายก้าวข้ามความเป็นสิงห์ดำและสิงห์แดง พร้อมสลายทุกกลุ่มก๊วนและการเมืองภายใน มุ่งยึดถือความอาวุโส ประสบการณ์
ความรู้ความสามารถ และประวัติไร้ความด่างพร้อยเป็นสำคัญ รวมถึงให้เร่งเคลียร์ปัญหาระหว่างสายบังคับบัญชา ระหว่างขั้วของอนุทินที่หนุน “ปลัดป๊อป” อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ และขั้วของ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
“ครูใหญ่” เนวิน ชิดชอบ ที่ถูกมองว่าหนุน “อธิบดีพวง” นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ จนเกิดภาวะงัดข้อและประลองกำลังกันทั้งในที่แจ้งและที่ลับ ว่าสุดท้ายแล้วจะจัดการอย่างไร
แม้การรีเซตกระทรวงมหาดไทยเป็นเรื่องเร่งด่วน แต่หากมองเลยไปถึงเสียงเรียกร้องจากคนนอกที่อยากให้รื้อถอนระบอบสีน้ำเงินทิ้งทั้งหมด ก็ต้องย้อนกลับมาตั้งคำถามถึงความเป็นจริง
หากระบอบสีน้ำเงินถูกรื้อถอนลงไปแล้ว อาจเปิดทางให้ระบอบสีส้มเข้ามามีอำนาจเบ็ดเสร็จเพื่อรื้อรากถอนโคนโครงสร้างการปกครองและเปลี่ยนแปลงประเทศแบบหน้ามือเป็นหลังมือ
พร้อมรื้อประเทศแบบถอนรากถอนโคน อยากถามว่าอย่างไหนกันแน่ที่น่ากลัวและสร้างความเสียหายให้แก่ประเทศชาติมากกว่ากัน ๐ การออกมาเคลื่อนไห…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



