‘พัฒนา’ ตรวจด่านควบคุมโรคนครพนม หนุน 4 แนวทาง ยกระดับสู่ Border Health Security
อัปเดตเมื่อ: 22 สิงหาคม 2569 เวลา 16:30อ่าน 2 นาที

‘พัฒนา’ ตรวจด่านควบคุมโรคนครพนม หนุน 4 แนวทาง ยกระดับสู่ Border Health Security เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 ที่จ.นครพนม นายพัฒนา พร้อมพัฒน์
อ่านข่าวในหมวด เศรษฐกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พร้อมด้วย นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดสธ. ตรวจเยี่ยมด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ พรมแดนสะพานมิตรภาพ 3 นครพนม โดย นายพัฒนา กล่าวว่า
สธ.มุ่งมั่นยกระดับระบบควบคุมโรคด่านหน้าชายแดนให้เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการปกป้องสุขอนามัยของประชาชนและความมั่นคงทางสุขภาพของประเทศ
รายละเอียดเพิ่มเติม
โดยการปฏิบัติงานเป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานสากลอย่างเคร่งครัด ทั้งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 กฎกระทรวง/ประกาศที่เกี่ยวข้อง และกฎอนามัยระหว่างประเทศ หรือ IHR 2005
เพื่อให้บรรลุบทบาทหลักในการเฝ้าระวัง ป้องกัน ตรวจสอบ และตอบโต้โรคติดต่อข้ามพรมแดนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับเครือข่ายภาคความมั่นคงและหน่วยงานในพื้นที่
ซึ่งที่ผ่านมา ด่านสะพานมิตรภาพแห่งที่ 3 ได้ตรวจคัดกรองผู้เดินทางขาเข้ารวม 425,965 คน โดยเป็นผู้เดินทางจากเขตติดโรคไข้เหลืองจำนวน 8 คน ซึ่งจากการเฝ้าระวังและตรวจจับอย่างต่อเนื่อง
สถานการณ์ล่าสุด
ยืนยันว่า ปัจจุบันยังไม่พบผู้ป่วยหรือผู้ที่มีอาการเข้าข่ายสงสัยโรคติดต่ออุบัติใหม่แต่อย่างใด นายพัฒนา กล่าวว่า การตรวจเยี่ยมครั้งนี้ พบว่า ด่านสะพานมิตรภาพแห่งที่ 3
ยังมีข้อจำกัดด้านพื้นที่รองรับเหตุฉุกเฉิน และการบริหารจัดการข้อมูล กระทรวงสาธารณสุขจึงสนับสนุนแนวทางในการยกระดับจาก “ด่านควบคุมโรค” สู่ ““Border Health Security” ได้แก่
1.การพัฒนาโครงสร้างรองรับเหตุฉุกเฉิน โดย สร้างห้องแยกกักเชื้อมาตรฐานและจัดพื้นที่คัดกรองเฉพาะ 2.การสร้างระบบบริหารจัดการฐานข้อมูลกลาง หรือ MOPH Unified Border Data
มุมมองและผลกระทบ
เพื่อบูรณาการข้อมูลจากทุกส่วนงานให้อยู่ในฐานข้อมูลเดียวกันอย่างเป็นเอกภาพ 3.การบูรณาการการแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบเรียลไทม์ ระหว่างด่านนครพนมและด่านฝั่งลาวร่วมกับหน่วยงานส่วนกลาง และ
4.การยกระดับระบบ Digital Surveillance เชื่อม ไทย-ลาว ใช้ระบบเฝ้าระวังดิจิทัลขั้นสูง สำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึก เพื่อทั้งสองประเทศสามารถตรวจจับ ตรวจสอบข้อมูลเชิงลึก
และตอบสนองต่อภัยคุกคามสุขภาพและโรคติดต่ออุบัติใหม่ได้อย่างทันท่วงที
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



