ข้ามไปยังเนื้อหา

พชร ชี้ยุทธศาสตร์การลงทุนของไทยต้องสร้างสมดุล จี้รัฐทบทวนอัตราภาษีสรรพสามิต เสนอ 4 แนวทาง

อัปเดตเมื่อ: 16 สิงหาคม 2569 เวลา 09:27อ่าน 3 นาที

พชร ชี้ยุทธศาสตร์การลงทุนของไทยต้องสร้างสมดุล จี้รัฐทบทวนอัตราภาษีสรรพสามิต เสนอ 4 แนวทาง
แชร์ข่าวนี้

พชร ชี้ยุทธศาสตร์การลงทุนของไทยต้องสร้างสมดุล จี้รัฐทบทวนอัตราภาษีสรรพสามิต เสนอ 4 แนวทาง นายพชร นริพทะพันธุ์ กรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

อ่านข่าวในหมวด ธุรกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper

ประเด็นสำคัญ

แสดงความเห็นถึงทิศทางและยุทธศาสตร์การลงทุนภาคอุตสาหกรรมของไทยในปัจจุบัน โดยกล่าวถึงแนวคิด Trickle-Down Effect

เบื้องหลังของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของไทยตั้งแต่แผนพัฒน์ฉบับแรกถึงปัจจุบัน ที่เชื่อว่า การทุ่มสิทธิประโยชน์ให้นักลงทุนรายใหญ่หรืออุตสาหกรรมดาวรุ่งก่อน

รายละเอียดเพิ่มเติม

แล้วผลประโยชน์จะไหลลงมาสู่ผู้ประกอบการรายย่อยและแรงงานเองในที่สุดนั้น จะใช้ได้จริงก็ต่อเมื่อประเทศมีกลไกบังคับหรือส่งเสริมให้เกิดการถ่ายทอดมูลค่าอย่างเป็นรูปธรรม

ไม่ว่าจะเป็นเงื่อนไขสัดส่วนชิ้นส่วนในประเทศ (local content) การถ่ายทอดเทคโนโลยี หรือการพัฒนาบุคลากรร่วมกับซัพพลายเออร์ท้องถิ่น “ถ้าไม่มีกลไกเหล่านี้ Trickle-Down

จะไม่เกิดขึ้นเอง เม็ดเงินลงทุนจะกระจุกอยู่ที่ผู้เล่นรายใหญ่และซัพพลายเชนที่นำเข้าจากต่างประเทศ” พชรกล่าว พร้อมระบุว่า สิ่งนี้เป็นความเสี่ยงร่วมกันของทั้งอุตสาหกรรม EV และ

สถานการณ์ล่าสุด

Data Center เนื่องจากทั้งสองอุตสาหกรรมใช้เงินลงทุนสูงแต่จ้างงานในประเทศต่อหน่วยการลงทุนค่อนข้างต่ำ หากไม่มีการวางเงื่อนไขที่ดีตั้งแต่ต้น พชรกล่าวว่า

การพัฒนาอุตสาหกรรมไม่ควรถูกมองเป็นการเลือกข้างระหว่างอุตสาหกรรมเก่ากับอุตสาหกรรมใหม่ ประเทศที่ประสบความสำเร็จในการดึงการลงทุนระยะยาวมักไม่ทุ่มทุกอย่างไปกับเทรนด์ใดเทรนด์หนึ่ง

แต่เน้นแชร์ส่วนร่วมของมูลค่าการผลิต (value capture) ให้ได้มากที่สุดจากทุกอุตสาหกรรมที่เข้ามา ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมเดิมที่สั่งสมมากว่า 60 ปี

มุมมองและผลกระทบ

หรืออุตสาหกรรมใหม่ที่กำลังไหลเข้ามาตามกระแสโลก “หน้าที่ของประเทศผู้รับการลงทุนไม่ใช่การเป็นกรรมการตัดสินว่าใครจะอยู่ใครจะไป แต่คือการอำนวยความสะดวก ส่งเสริม และจูงใจ

ให้นักลงทุนทุกรายที่จริงใจสามารถอยู่รอดและเติบโตได้ในระบบเดียวกัน อย่างเท่าเทียม” พชรกล่าว ทั้งนี้ ข้อมูลจาก IEA ว่ายอดขายรถ EV

และปลั๊กอินไฮบริดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พุ่งขึ้นถึง 62% ในช่วงมีนาคม-มิถุนายน โดยไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่โตเร็วที่สุดในภูมิภาค ซึ่งย้ำว่าเป็นการเติบโตฝั่งผู้บริโภค

ข้อมูลจากแหล่งข่าว

ไม่ใช่ตัวชี้วัดความเข้มแข็งด้านการผลิตโดยตรง ขณะที่จีนซึ่งเป็นฐานผลิต EV รายใหญ่ของโลกกลับมียอดขายในประเทศหดตัว 16% หลังตัดเงินอุดหนุน แล้วหันไปทุ่มส่งออกแทน โดยส่งออกรถของจีนโต

65% ในครึ่งปีแรก คิดเป็นราว 5 ล้านคัน โดยไทยเป็นหนึ่งในตลาดปลายทางหลักของรถส่งออกจีน แบรนด์จีนครองส่วนแบ่งเกือบ 30% ของยอดขายรถใหม่ในไทยแล้ว คำถามคือเรากำลังเป็นฐานการผลิต

หรือเป็นแค่ตลาดที่รองรับสินค้าที่ถูก Transship เข้ามา พชรยอมรับว่าตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมา มีผู้ผลิต EV เข้ามาตั้งฐานการผลิตจริงในไทยจำนวนมาก ไม่ใช่แค่คำมั่นสัญญา โดยข้อมูลจาก BOI

ระบุว่า มีการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรม EV ไปแล้วกว่า 198 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 137,000 ล้านบาท ครอบคลุมตั้งแต่การผลิต…

อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน

ถ้าชอบข่าวนี้ ช่วยแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วย
แหล่งข่าว: มติชน · พชร ชี้ยุทธศาสตร์การลงทุนของไทยต้องสร้างสมดุล จี้รัฐทบทวนอัตราภาษีสรรพสามิต เสนอ 4 แนวทาง
เลื่อนลงเพื่ออ่านข่าวถัดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง