ข้ามไปยังเนื้อหา

อดีตผู้พิพากษา วิเคราะห์คำวินิจฉัย ‘ปธ.ศาลอุทธรณ์’ คดีฟ้องกกต. ไม่อยู่ในอำนาจศาลคดีทุจริตฯภาค4

อัปเดตเมื่อ: 17 สิงหาคม 2569 เวลา 08:05อ่าน 3 นาที

อดีตผู้พิพากษา วิเคราะห์คำวินิจฉัย ‘ปธ.ศาลอุทธรณ์’ คดีฟ้องกกต. ไม่อยู่ในอำนาจศาลคดีทุจริตฯภาค4
แชร์ข่าวนี้

17 ส.ค.2569-นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “ประธานศาลอุทธรณ์กลับแนวคดีอาญาทุจริต (วท 12/2569): เมื่อ “ช่องทางพิเศษ” อาจกลายเป็น “ช่องทางเดียว” และผลกระทบต่อคดีที่อยู่ระหว่างอุทธรณ์” เนื้อหามีดังนี้ ท่ามกลางแรงกดดันทางสังคมและการเรียกร้องจากภาคประชาสังคม คณาจารย์นิติศาสตร์ ทนายความ และนักกฎหมาย ที่มีต่อการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกิดประเด็นข้อถกเถียงทางนิติศาสตร์ครั้งสำคัญ เมื่อประธานศาลอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยที่ วท 12/2569 (ลงวันที่ 5 พฤษภาคม 2569) ชี้ขาดว่า คดีที่ผู้เสียหายฟ้องประธาน กกต., กรรมการ กกต. และเลขาธิการ กกต. ไม่อยู่ในอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 ประเด็นสำคัญไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ว่าคดีใดควรอยู่ในอำนาจของศาลใด แต่คือคำถามที่ว่า เหตุใดแนววินิจฉัยจึงพลิกกลับจาก วท 12/2562 (ลงวันที่ 4 กันยายน 2562) ทั้งที่เกิดขึ้นภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ฉบับเดียวกัน และผลลัพธ์นี้ส่งผลต่อสิทธิของผู้เสียหายอย่างไร?

1.เปรียบเทียบสองแนวคิด: วท 12/2562 vs วท 12/2569 วท 12/2562 (คุ้มครองสิทธิฟ้องคดีของราษฎร): คดีฟ้อง กกต. กรณีตรวจสอบคุณสมบัติผู้เสนอชื่อนายกรัฐมนตรี ประธานศาลอุทธรณ์ในขณะนั้นเห็นว่า กกต. มีสถานะเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา การกระทำตามฟ้องเป็นการกล่าวหาว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เมื่อราษฎรเป็นโจทก์ฟ้องเองและไม่สามารถเข้าสู่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ คดีจึงอยู่ในเขตอำนาจของ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ วท 12/2569 (ยึดเขตอำนาจเบ็ดเสร็จตามรัฐธรรมนูญ): คดีฟ้อง กกต. กรณีการพิมพ์ QR Code และ Barcode บนบัตรเลือกตั้ง ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยใหม่ว่า รัฐธรรมนูญ มาตรา 235 ประกอบ พ.ร.ป.วิ.อาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 10 วางระบบตรวจสอบองค์กรอิสระไว้เป็นการเฉพาะ และมาตรา 5 ได้ บัญญัติห้ามมิให้ศาลอื่นรับคดีที่อยู่ในอำนาจของศาลฎีกาฯ ไว้พิจารณา คดีจึงไม่อยู่ในอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 4 การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่อาจอธิบายง่ายๆ เพียงว่า “เพราะรัฐธรรมนูญเปลี่ยน” เนื่องจากทั้งสองคดีเกิดขึ้นภายใต้รัฐธรรมนูญปี 2560 เช่นเดียวกัน 2. บทเรียนจากฎีกาประชุมใหญ่ 5673/2562: “ช่องทางพิเศษ” มิใช่ “ช่องทางเดียว” ความแหลมคมทางนิติศาสตร์ยิ่งชัดเจนเมื่อพิจารณา คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5673/2562 (โดยมติที่ประชุมใหญ่) ซึ่งวางหลักการสำคัญไว้ว่า: การที่กฎหมายกำหนดกระบวนการพิเศษในการดำเนินคดีกับผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ (เช่น ผ่าน ป.ป.ช. หรืออัยการสูงสุด) เป็นเพียงบทบัญญัติที่ “เพิ่มช่องทาง” มิได้หมายความว่าเป็นการตัดสิทธิของผู้เสียหายในการฟ้องคดีอาญาด้วยตนเองตาม ป.วิ.อ. มาตรา 28 (2) ศาลฎีกาได้พิจารณาโครงสร้าง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตฯ พ.ศ. 2559 มาตรา 3 วรรคสอง (1) แล้วเห็นว่า บทยกเว้นเรื่องอำนาจศาลฎีกาฯ…

อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์

ถ้าชอบข่าวนี้ ช่วยแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วย
แหล่งข่าว: ไทยโพสต์ · อดีตผู้พิพากษา วิเคราะห์คำวินิจฉัย ‘ปธ.ศาลอุทธรณ์’ คดีฟ้องกกต. ไม่อยู่ในอำนาจศาลคดีทุจริตฯภาค4
เลื่อนลงเพื่ออ่านข่าวถัดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง