เอกนิติ เปิด 4 โจทย์หิน จี้ไทยปรับรับเศรษฐกิจยุคแตกขั้ว-คดี AI Deepfake
อัปเดตเมื่อ: 13 สิงหาคม 2569 เวลา 18:28อ่าน 3 นาที

เอกนิติ เปิด 4 โจทย์หิน จี้ไทยปรับตัวรับเศรษฐกิจยุคแตกขั้ว-คดี AI Deepfake 13 ส.ค.2569- นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษ
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
หัวข้อเศรษฐกิจไทยยุคเปลี่ยนผ่านกับความท้าทายใหม่ของกระบวนการยุติธรรม ว่า บริบทเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันกำลังเผชิญกับความท้าทายใหญ่ 4 ประการ ได้แก่ 1.
ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์ เนื่องจากปัจจุบันโลกเกิดการแตกขั้วอย่างชัดเจน เช่นกรณีสหรัฐอเมริกาและจีน ทำให้หลายประเทศถูกบีบให้เลือกข้างในการเจรจาการค้า
รายละเอียดเพิ่มเติม
หรือการที่ไทยโดนสหรัฐเพิ่มภาษีนำเข้าเป็น 12.5% จากเรื่องการใช้แรงงานบังคับ 2. เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เอไอ
ที่เปรียบเสมือนการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งใหม่และใหญ่และรวดเร็วมากกว่ายุคอินเทอร์เน็ต 3.สิ่งแวดล้อม ปัจจุบันถูกนำมาใช้เป็นข้ออ้างในการกีดกันทางการค้าและการลงทุน
รวมถึงวิกฤตราคาพลังงานจากสงครามที่อาจทำให้ยุคน้ำมันราคาถูกอาจไม่กลับมาอีก และ 4. เกิดปัญหาการขาดแคลนแรงงานในประเทศไทย เนื่องจากเราเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและมีอัตราการเกิดติดลบ
สถานการณ์ล่าสุด
ทำให้กำลังแรงงานลดลง และต้องเลือกจ้างแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน นายเอกนิติ กล่าวว่า เพื่อรับมือกับวิกฤตดังกล่าว ประเทศไทยต้องเร่งเปลี่ยนผ่าน ทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์
ที่ไทยต้องรักษาความเป็นกลางเพื่อดึงดูดให้นักลงทุนมาลงทุนที่ไทย อย่างไรก็ดี ต้องเลือกนักลงทุนที่ดี โดยไม่รับทุนเทาด้วย ส่วนในด้านเทคโนโลยี ต้องผลักดันให้ธุรกิจไทยก้าวสู่ยุคเอไอ
อย่างเช่น โครงการไทยช่วยไทยพลัส ที่มีการนำเอไอนกกระซิบ มาช่วยให้พ่อค้าแม่ค้ารายย่อยในตลาดสามารถวิเคราะห์ยอดขายและต้นทุนได้โดยอัตโนมัติ
มุมมองและผลกระทบ
และสำหรับด้านพลังงานประเทศไทยต้องเร่งเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด เพื่อลดผลกระทบจากวิกฤตราคาพลังงานโลก เนื่องจากปัจจุบันไทยยังต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติสูงถึง 65%
ซึ่งเมื่อเกิดความขัดแย้งจะทำให้ราคามีความผันผวน “วันนี้ไทยนำเข้าพลังงาน 65% ของไฟฟ้าที่ใช้มาจากการนำเข้าก๊าซธรรมชาติ น้ำมันรถยนต์ก็ผลิตเองไม่ได้ และต้องนำเข้าเช่นกัน” นายเอกนิติ
กล่าว นายเอกนิติ กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงของบริบทโลกทั้งหมดนี้ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อผู้พิพากษา โดยเฉพาะในศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
เนื่องจากการไหลเข้ามาของการลงทุนและแรงงานต่างด้าวจะทำให้เกิดคดีความระหว่างประเทศในรูปแบบที่ซับซ้อนขึ้น เพราะความก้าวหน้าของเอไอที่ก่อให้เกิดคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เช่น
การหลอกลวงประชาชนผ่านการปลอมแปลงใบหน้าและเสียง (Deepfake) ดังนั้นผู้พิพากษาต้องเตรียมพร้อมกับเรื่องเหล่านี้ นายเอกนิติ กล่าวว่า ทั้งนี้
ผู้พิพากษาควรปรับตัวโดยนำเทคโนโลยีเอไอมาเป็นเครื่องมือช่วยวิเคราะห์ข้อมูลหรือหาความขัดแย้งของเนื้อหาในคำพิพากษา เพื่อให้การทำงานรวดเร็วขึ้น แต่ต้องมีความฉลาดและรู้เท่าทันเทคโนโลยี
หากศาลสามารถเข้าใจบริบทความท้าทายของโลก รองรับการเปลี่ยนผ่าน และพิจารณาคดีบนความเข้าใจในความเปลี่ยนแปลงได้ ศาลก็จะเป็นรากฐานสำคัญที…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ข่าวสด



