ปลัดมท. สั่งด่วน ผู้ว่าฯ ทั่วปท. ยกระดับ 4 มาตรการความปลอดภัยสถานศึกษา เข้มอาวุธปืน
อัปเดตเมื่อ: 8 สิงหาคม 2569 เวลา 19:05อ่าน 3 นาที

ปลัดมท. สั่งด่วน ผู้ว่าฯ ทั่วปท. ยกระดับ 4 มาตรการดูแลความปลอดภัยชีวิตทรัพย์สิน ประชาชน สถานศึกษา คุมเข้มอาวุธปืน เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
เปิดเผยถึงกรณีเกิดเหตุการใช้อาวุธปืนภายในสถานศึกษาพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล
นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยและควบคุมอาวุธปืน เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวขึ้นอีก นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า
รายละเอียดเพิ่มเติม
กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด บูรณาการกลไกฝ่ายปกครอง ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปูพรมยกระดับ 4
มาตรการสร้างความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สินประชาชนในสถานศึกษา พื้นที่สาธารณะ ได้แก่ 1.ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธานกรรมการศึกษาธิการจังหวัดร่วมกับสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา และหน่วยที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งแจ้งนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง ที่มีสถานศึกษาในสังกัด ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในสถานศึกษา
สถานการณ์ล่าสุด
โดยเฉพาะการเฝ้าระวังบุคคลหรือพฤติการณ์ที่อาจก่อให้เกิดความรุนแรง การควบคุมการเข้า – ออก การเตรียมความพร้อมรองรับเหตุฉุกเฉิน
และการดูแลช่วยเหลือด้านจิตใจเพื่อป้องกันเหตุรุนแรงในสถานศึกษา โดยประสานฝ่ายปกครอง ตำรวจ และหน่วยงานในพื้นที่ กำหนดมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน
และระงับเหตุอย่างเหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า 2.บูรณาการตำรวจภูธรจังหวัดและหน่วยที่เกี่ยวข้อง ตั้งด่านตรวจ จุดตรวจร่วม
มุมมองและผลกระทบ
และสนธิกำลังลงพื้นที่ตรวจตราและตรวจค้นในพื้นที่และห้วงเวลาที่เห็นสมควรอย่างจริงจังต่อเนื่อง มุ่งป้องกันและสกัดกั้นการพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะ การนำสิ่งผิดกฎหมายเข้าพื้นที่เสี่ยง
และเพิ่มความถี่การตรวจตราเส้นทาง จุดเสี่ยง และพื้นที่สำคัญ หากพบการกระทำผิด ต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งคร่งครัด ตามอำนาจหน้าที่และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
3.จัดทำแผนปฏิบัติการเชิงพื้นที่ โดยกำหนดพื้นที่และจุดเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ อาทิ สถานศึกษา สถานที่ราชการ สถานที่จัดกิจกรรมสาธารณะ แหล่งชุมชน เส้นทางคมนาคมสำคัญ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
4.ให้ฝ่ายปกครองและตำรวจประสานข้อมูลและเฝ้าระวังกลุ่มบุคคลหรือเหตุการณ์ที่มีแนวโน้มก่อความรุนแรง ด้วยการบูรณาการกับผู้ปกครอง สถานศึกษา ชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเครือข่ายภาคประชาชน สอดส่อง เฝ้าระวัง และแจ้งเบาะแสหรือเหตุผิดปกติที่อาจนำไปสู่ความรุนแรง โดยมีการประเมินและป้องกันเหตุในระยะเริ่มต้น
หากพบพฤติการณ์หรือเหตุการณ์ที่อาจเป็นอันตราย ให้เร่งประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการตามกฎหมายทันที และกำกับ ติดตาม ประเมินผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



