ทร. ชง 4 ข้อเสนอต่อ รมว.กลาโหม ย้ำความจำเป็นเสริมกำลังรบ-เทคโนโลยีไร้คนขับ ชี้วิกฤตความมั่นคงรอไม่ได้
อัปเดตเมื่อ: 11 สิงหาคม 2569 เวลา 08:22อ่าน 3 นาที

วานนี้ (10 สิงหาคม) พล.ร.ต. ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยภายหลังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเดินทางมาตรวจเยี่ยมกองทัพเรือ โดยระบุว่า
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
กองทัพเรือได้นำเสนอภาพรวมสภาวะแวดล้อมด้านความมั่นคงทางทะเล ซึ่งปัจจุบันกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งจากการแข่งขันของประเทศมหาอำนาจในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อเส้นทางคมนาคมและพลังงาน รวมถึงประเด็นเขตทางทะเลและพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อน
รายละเอียดเพิ่มเติม
ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจของประเทศไทย ตลอดจนชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนโดยตรง เพื่อรับมือกับสภาวะแวดล้อมดังกล่าว
กองทัพเรือได้กำหนดแนวทางการใช้กำลังและเตรียมความพร้อม เพื่อให้สามารถปฏิบัติภารกิจได้ครอบคลุมทั้งฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน
พร้อมทั้งนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน กองทัพเรือได้นำเสนอ 4 ประเด็นสำคัญที่ต้องการการสนับสนุนจากกระทรวงกลาโหมและรัฐบาลอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
สถานการณ์ล่าสุด
ประกอบด้วย: การเสริมสร้างกำลังรบให้เพียงพอและต่อเนื่อง: ปัจจุบันยุทโธปกรณ์หลักหลายประเภทยังมีจำนวนไม่เพียงพอ และบางส่วนมีอายุการใช้งานมากจนจำเป็นต้องจัดหาทดแทน
โดยเฉพาะเรือฟริเกตสมรรถนะสูง ทั้งนี้ กองทัพเรือมีแผนที่จะเสนอจัดหา เรือฟริเกตลำที่ 2 ในปีงบประมาณ 2571 การส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ:
เสนอให้มีการสนับสนุนอุตสาหกรรมการต่อเรือภายในประเทศอย่างจริงจัง เพื่อให้การเสริมสร้างกำลังนำไปสู่การถ่ายทอดเทคโนโลยี การสร้างองค์ความรู้
มุมมองและผลกระทบ
และเพิ่มขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเองของประเทศ การพัฒนากองทัพด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่: มุ่งเน้นการใช้ระบบไร้คนขับ เช่น UAV, ระบบไซเบอร์, เทคโนโลยีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการตรวจการณ์ วิเคราะห์ และตอบสนองต่อภัยคุกคามรูปแบบใหม่ การพัฒนาการตระหนักรู้สถานการณ์ทางทะเล (Maritime Domain Awareness
– MDA): เพื่อให้สามารถรับรู้ความเคลื่อนไหวในทะเลและผลกระทบต่อประเทศไทย ผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลจากสถานีชายฝั่ง หน่วยงานภายในประเทศ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
และเครือข่ายความร่วมมือกับต่างประเทศให้ครอบคลุมทั่วน่านน้ำไทย โฆษกกองทัพเรือ ยืนยันว่า กองทัพเรือตระหนักดีถึงข้อจำกัดด้านงบประมาณของประเทศ
จึงให้ความสำคัญสูงสุดกับการจัดลำดับความเร่งด่วน การนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพ และการสนับสนุนอุตสาหกรรมภายในประเทศ เพื่อให้ทรัพยากรทุกบาทที่ได้รับเกิดประโยชน์สูงสุด อย่างไรก็ตาม
การเสริมสร้างกำลังรบจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงกลาโหมและรัฐบาลอย่างจริงจัง ต่อเนื่อง และทันเวลา เนื่องจากยุทโธปกรณ์หลัก โดยเฉพาะเรือรบ ต้องใช้เวลาดำเนินการหลายปี
ตั้งแต่กระบวนการจัดหา การสร้าง การทดสอบ ไปจนถึงการเตรียมกำลังพลให้พร้อมปฏิบัติภารกิจ “ความมั่นคงรอให้เกิดวิกฤตแล้วค่อยเตรียมไม่ได้ หากเราช้าในวันนี้
เราอาจไม่มีความพร้อมในวันที่ประเทศต้องการ สิ่งที่จำเป็นจึงต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้ เพื…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



