คมนาคมเตรียมถกกลั่นกรองใช้เงินกู้4แสนล้าน ‘เอกนิติ’ ฟุ้งลุยเข็นโครงการอัปเกรดรถสาธารณะ
อัปเดตเมื่อ: 18 สิงหาคม 2569 เวลา 10:50อ่าน 3 นาที

‘เอกนิติ’ แจงสัปดาห์นี้คมคาคมจ่อถกคณะกรรมการกลั่นกรองใช้เงินกู้ฯ 4 แสนล้านบาท เตรียมเดินหน้าโครงการอัปเกรดรถสาธารณะเป็นพลังงานสะอาด คิวต่อไป ‘กฟผ.-กฟภ.’
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ลุยหารือโครงการหนุนครัวเรือนติดตั้งโซล่าร์รูฟท็อป ยืนยันเห็นความชัดเจนภายในไตรมาส 4/69 18 ส.ค. 2569 – นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง
กล่าวถึงความคืบหน้าการใช้จ่ายเงินตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขวิกฤตพลังงาน วงเงิน 4 แสนล้านบาท ในส่วนที่ 2 เพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ
รายละเอียดเพิ่มเติม
วงเงิน 2 แสนล้านบาท ว่า ภายในสัปดาห์นี้ (17-21 ส.ค.) กระทรวงคมจะเข้ามาหารือกับปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ฯ
เกี่ยวกับรายละเอียดโครงการเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานของภาคขนส่งสาธารณะไปสู่การใช้พลังงานทดแทนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะที่ก่อนหน้านี้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.)
และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ได้มีการหารือเบื้องต้นอย่างไม่เป็นทางการเกี่ยวกับรายละเอียดโครงการติดตั้งโซล่าร์รูฟท็อป เพื่อเป็นการลดภาระให้ประชาชน
สถานการณ์ล่าสุด
และเดินหน้าสู่การเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาดของประเทศแล้ว ซึ่งคาดว่าน่าจะได้เห็นความชัดเจนภายในไตรมาส 4/2569 และหลังจากนี้เชื่อว่าหน่วยงานต่าง ๆ
จะทยอยนำรายละเอียดของโครงการเข้าหารือกับคณะกรรมการกลั่นกรองฯ อย่างต่อเนื่อง โดยกรอบการใช้เงินกู้เพื่อการเปลี่ยนผ่านนี้ มีระยะเวลาการใช้เงินจนถึง 31 ธ.ค. 2570
“ขณะนี้มีหลายหน่วยงานที่เข้ามาในลักษณะหารืออย่างไม่เป็นทางการก่อน ซึ่งก็ถือเป็นข้อดี เพราะจะได้ตกผลึกกันก่อนว่าโครงการไหนเข้าได้ ใช้ได้ หรือใช้เงินจาก พ.ร.ก.
มุมมองและผลกระทบ
เงินกู้เปลี่ยนผ่านได้หรือไม่ได้ โดยยืนยันว่า พ.ร.ก. ในฝั่งของการเปลี่ยนผ่านเขียนวัตถุประสงค์ไว้ชัดเจนว่า จะดำเนินการเรื่องเปลี่ยนผ่านพลังงาน ซึ่งมีทั้งเรื่องโซล่าร์รูฟท้อป
เปลี่ยนผ่านขนส่ง ที่จะเริ่มดำเนินการในกลุ่มขนส่งสาธารณะก่อน และยังมีเรื่องการพัฒนาคน ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญ และวันนี้จะเห็นว่าไม่ใช่แค่ประเทศไทย แต่ยังมีฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย
และอีกหลายประเทศที่เดินหน้าเรื่องการเปลี่ยนผ่าน” นายเอกนิติ กล่าว ทั้งนี้ อยากเน้นย้ำว่าปัจจุบันสงครามยังไม่จบ หากกลับมารบกันอีกครั้งก็จะมีผลต่อราคาพลังงานให้ปรับขึ้นอีก
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
เป็นปัจจัยที่ต้องคอยกังวล และต้องคอยเยียวยากันอยู่เรื่อย ๆ แก้กันไม่ไหว เพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่นำเข้าพลังงานค่อนข้างมากถึง 65% จึงอ่อนไหวต่อราคาน้ำมันที่ผันผวน
เมื่อต้องนำเข้าพลังงานในราคาที่สูง ก็ยิ่งส่งผลให้ไทยขาดดุลบัญชีเดินสะพัด สะท้อนจากตัวเลขดุลบัญชีเดินสะพัดในไตรมาส 2/2569 ที่กลับมาติดลบ ซึ่งเป็นผลมาจากการนำเข้าพลังงาน
ถือเป็นการขาดดุลครั้งแรกในรอบหลายไตรมาส และรอบหลายปี นี่เป็นปัจจัยที่สะท้อนถึงความอ่อนแอของเศรษฐกิจไทย ซึ่งรัฐบาลได้เดินหน้าเร่งการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน ผ่าน 3 นโยบายสำคัญ
ได้แก่ การเปลี่ยนผ่านด้านพังงาน การเปลี่ยนผ่านด้านการขนส่ง แ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



