ค้ำเงินกู้ให้ เพื่อนครู 4 คน ปล่อยล้มละลาย ครูวัย 47 เครียด เส้นเลือดสมองแตก ต้องแบกหนี้แทน 16 ล้าน
อัปเดตเมื่อ: 25 สิงหาคม 2569 เวลา 19:58อ่าน 3 นาที

ครูวัย 47สุดช้ำ โดนเพื่อนครู 4 คนลอยแพ หลังเซ็นค้ำเงินกู้ให้ ปล่อยให้แบกหนี้แทน 16 ล้าน เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม นางภิมร์ลภัส หรือครูติ๋ว อายุ 47 ปี
ประเด็นสำคัญ
ข้าราชการครูโรงเรียนแห่งหนึ่งที่จังหวัดบุรีรัมย์ ได้นำเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการกู้เงิน และเซ็นค้ำประกันเงินกู้สถาบันการเงิน และต้นสังกัด รวมถึงเอกสารเกี่ยวกับการถูกฟ้องร้อง
ออกมาร้องขอความเป็นธรรม หลังค้ำประกันเงินกู้ให้เพื่อนครู 4 คน เมื่อปี 2553 ตั้งแต่ช่วงที่เคยสอนโรงเรียนเอกชนด้วยกัน ซึ่งเป็นลักษณะเวียนกันค้ำ แต่ครูคนที่กู้ได้ผิดนัดชำระ จนปี 2565
รายละเอียดเพิ่มเติม
โดนธนาคารฟ้องร้อง โดย ครู 2 คนแรกที่ถูกฟ้อง ไม่ยอมเข้าสู่กระบวนการประนอมหนี้ แต่กลับยอมให้ตัวเองเป็นบุคคลล้มละลาย เพื่อหลีกเลี่ยงการชำระหนี้ ทำให้ครูติ๋ว
ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันต้องแบกรับภาระชำระหนี้แทนในฐานะผู้ค้ำรวมเกือบ 1 ล้านบาท โดยถูกหักจากเงินเดือน เดือนละ 5,900 บาท จนถึงปัจจุบัน
ทำให้ได้รับความเดือดร้อนเพราะต้องชำระทั้งหนี้ของตัวเอง ยังต้องรับภาระจ่ายหนี้แทนเพื่อนครูที่ยอมเป็นบุคคลล้มละลายอีก จนเกิดความเครียดสะสมและล้มป่วย “เส้นเลือดสมองแตก”
สถานการณ์ล่าสุด
ต้องเข้ารักษาตัวที่ รพ.บุรีรัมย์ และที่ขอนแก่นนานเกือบเดือน ทุกวันนี้ยังต้องไปตรวจรักษาตามนัดต่อเนื่อง ต่อมาปี 2568 ได้รับหมายศาลกรณีค้ำประกันเงินกู้ครูรายที่ 3
ซึ่งไม่ชำระหนี้ตามสัญญาและยอมเป็นบุคคลล้มละลายเช่นกัน มาฟ้องให้ชำระหนี้แทนผู้กู้อีกกว่า 4 ล้านบาท และล่าสุดปี 2569
ทางธนาคารได้รวมยอดหนี้ทั้งของครูที่กู้และของตนเองที่กู้ต้นสังกัดไปปิดหนี้ธนาคาร ฟ้องเรียกเงินจากตนเองเพียงคนเดียวรวมยอดหนี้ทั้งต้นและดอกเบี้ยกว่า 16 ล้านบาท
มุมมองและผลกระทบ
เนื่องจากเพื่อนครูที่ตนเองเซ็นค้ำให้ทั้ง 4 คน ยอมเป็นบุคคลล้มละลาย เหลือตัวเองเพียงคนเดียวที่ยังรับราชการ ตนมองว่าไม่มีความเป็นธรรม เพราะครูทั้ง 4 คนจะยอมเป็นบุคคลล้มละลายแล้ว
แต่ยังได้รับเงินเลี้ยงชีพจากกองพิทักษ์ทรัพย์เดือนละ 18,000 บาท แถมยังทำหน้าที่เป็นครูสอนอยู่ที่โรงเรียนเอกชน บางคนมีธุรกิจบ้านเช่า และใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวอย่างสุขสบาย
ต่างจากตนเองซึ่งเป็นผู้ค้ำประกัน แต่กลับต้องรับภาระจ่ายหนี้แทน ครอบครัวเดือดร้อนเงินไม่พอใช้จ่ายในครอบครัว และส่งลูกเรียน ต้องไปหยิบยืมคนอื่น ตอนนี้เครียดมาก
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
บางครั้งก็คิดไม่อยากอยู่ต่อเพื่อให้ปัญหาทุกอย่างจบ แต่ก็สงสารลูกสาวที่ยังอยู่ในวันเรียน ที่ผ่านมาเคยทำหนังสือร้องเรียนไปยัง สพฐ. รมว.กระทรวงศึกษาฯ (สมัยนั้น)
รวมถึงคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน และศึกษาธิการจังหวัดให้หาแนวทางช่วยเหลือ แต่เรื่องก็เงียบไม่ได้รับการช่วยเหลือหรือแก้ไขปัญหาแต่อย่างใด ครูติ๋ว
ยังพูดพลางน้ำตาคลอเบ้าและเสียงสั่นเครือว่า ตามหลักกฎหมายอาจจะทำอะไรครูทั้ง 4 คนไม่ได้ เพราะยอมเป็นบุคคลล้มละลายแล้ว แต่ความเป็นจริงครูยังมีเงินเลี้ยงชีพเดือนละเกือบ 2 หมื่น
และมีรายได้ทางอื่นอีก ได้มีจิตสำนึกรับผิดชอบหนี้ของตัวเองด้วย เพราะตอนนี้ตนและครอบครัวเดือดร้อนมาก โดยวันที่ 9 ก.ย.69 ที…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



