ศุภจี ปลุก ปอช. ฟื้นในรอบ 4 ปี ชู 3 อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ ใช้ MiT สร้างแต้มต่อสินค้าไทย
อัปเดตเมื่อ: 13 สิงหาคม 2569 เวลา 16:00อ่าน 3 นาที

ศุภจี ปลุก ปอช. ฟื้นในรอบ 4 ปี ชู 3 อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ ใช้ MiT สร้างแต้มต่อสินค้าไทย เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลด้านเศรษฐกิจภาคบริการและอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายแก่คณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ว่า
ตนได้กำชับให้เร่งสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจจากฐานภายในประเทศ ควบคู่การรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก พร้อมผลักดันสินค้า วัตถุดิบ ชิ้นส่วน
รายละเอียดเพิ่มเติม
และบริการที่ผลิตในประเทศเข้าสู่ตลาดมากขึ้น นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลด้านเศรษฐกิจภาคบริการและอุตสาหกรรม
นางศุภจี กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมมูลค่าสูงและมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ 3 กลุ่ม ได้แก่ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ระบบราง และเครื่องมือแพทย์
โดยจะใช้การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเป็นกลไกสร้างอุปสงค์และเปิดตลาดให้สินค้าไทย รวมถึงส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว เพื่อเชื่อมโยงกับการพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียว แนวคิด BCG และ ESG
สถานการณ์ล่าสุด
“ภาครัฐจะเป็นกลุ่มผู้ใช้งานที่ช่วยสร้างดีมานด์ในอุตสาหกรรมมูลค่าสูง ซึ่งจะต่อยอดไปสู่ตลาดภาคเอกชนและการลงทุนใหม่ สร้างความเชื่อมั่นให้สินค้าที่ผลิตในประเทศ พร้อมสร้างรายได้
การจ้างงาน และโอกาสทางธุรกิจ โดยกระทรวงอุตสาหกรรมต้องเชื่อมการวิจัย การผลิต การตลาด และการลงทุน เพื่อสร้างฐานผู้ประกอบการไทยให้เข้มแข็งและแข่งขันได้” นางศุภจี กล่าว นางศุภจี
กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการอุตสาหกรรมแห่งชาติ (ปอช.) ซึ่งกลับมาประชุมอีกครั้งหลังไม่ได้หารือร่วมกันประมาณ 4 ปี
มุมมองและผลกระทบ
ได้มีการปรับยุทธศาสตร์ให้สอดรับกับสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รวมถึงการหาอุตสาหกรรม S-Curve ใหม่ให้กับประเทศ
โดยหนึ่งในมาตรการเร่งด่วนคือการสนับสนุนผู้ประกอบการที่ใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนในประเทศ หรือ Made in Thailand (MiT) ให้ได้รับแต้มต่อในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ โดยเฉพาะใน 3
อุตสาหกรรมดังกล่าว ทั้งนี้ การให้แต้มต่อสินค้าไทยยังต้องอยู่บนพื้นฐานของมาตรฐานที่ยอมรับในระดับสากล
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
พร้อมมอบหมายให้คณะทำงานจัดทำรายละเอียดการคำนวณสัดส่วนชิ้นส่วนและวัตถุดิบภายในประเทศ (Local Content) ให้มีความชัดเจน นางศุภจี กล่าวว่า การพัฒนาฐานการผลิตจะใช้กลไก Good Manufacturing
of Thailand for SMEs หรือ GMT SMEs ซึ่งดำเนินการโดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (ดีพร้อม) เพื่อยกระดับเอสเอ็มอีทั้งด้านประสิทธิภาพการผลิต มาตรฐาน เทคโนโลยี
และสัดส่วนวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนในประเทศ พร้อมเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานและผู้ซื้อรายใหญ่ ควบคู่กับมาตรฐาน MiT ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
ซึ่งรับรองว่าสินค้ามีการผลิตจริงในประเทศไทยตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด “สิ่งสำคัญคือทำให้ตลาดกับการพัฒนาผู้ประกอบการเดินไปด้วยกัน โดยนำความต้องการของตลาดมาเป็นโจทย์ในการพัฒนาเอสเอ็มอี
เพื่อให้ GMT SMEs และ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



