กอ.รมน.ภาค 4 สน. ชี้แจงข้อวิจารณ์งานข่าว รับเป้าหมายส่งมอบพื้นที่ปี 2570 ไม่ง่าย ค้านตัดลดกำลังพล หวั่นกระทบการควบคุมพื้นที่
อัปเดตเมื่อ: 5 สิงหาคม 2569 เวลา 08:32อ่าน 3 นาที

วันนี้ (4 สิงหาคม) พล.ต. กรกฎ ภู่โชติ รองแม่ทัพภาคที่ 4 และรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.)
อ่านข่าวในหมวด สังคม เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
กล่าวถึงข้อวิจารณ์เรื่องข้อบกพร่องด้านการข่าวในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า ต้องเข้าใจบริบทของผู้ก่อความรุนแรง ซึ่งแต่ละกลุ่มไม่ได้รู้จักกัน
และมีการแยกส่วนระหว่างคนส่งอาวุธกับคนปฏิบัติการเพื่อตัดตอน อย่างไรก็ตาม งานข่าวสามารถระบุพื้นที่แนวโน้มเกิดเหตุได้ในระดับหนึ่ง
รายละเอียดเพิ่มเติม
และการเปิดปฏิบัติการไล่ล่าที่ผ่านมาส่งผลให้ผู้ก่อเหตุรวมตัวกันไม่ได้และต้องแยกตัวหนี ทำให้งานข่าวต้องมีความต่อเนื่อง พล.ต. กรกฎ กล่าวอีกว่า
แม้ต้องยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เจ้าหน้าที่เพลี่ยงพล้ำ แต่ประชาชนในพื้นที่ยังมีความมั่นใจ
การปฏิบัติการได้บูรณาการร่วมกับฝ่ายปกครองและตำรวจเพื่อบีบพื้นที่ขึ้นแนวชายแดนและบนภูเขา พร้อมกำชับความปลอดภัยกำลังพลและปรับระบบจุดตรวจตามนโยบายผู้บังคับบัญชา
สถานการณ์ล่าสุด
ขณะเดียวกันได้เพิ่มการซีลชายแดน ใช้การปฏิบัติการแบบจรยุทธ์ในเวลากลางคืน
และประสานติดตั้งระบบสัญญาณเตือนภัยตามร้านสะดวกซื้อและร้านทองแทนการส่งกำลังไปนั่งเฝ้าทุกจุดเนื่องจากกำลังพลมีจำกัด สำหรับเป้าหมายยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปี
2566-2570 เพื่อส่งคืนพื้นที่ให้ฝ่ายปกครองและพลเรือนดูแล พล.ต. กรกฎ ยอมรับว่าอาจไม่สำเร็จตามที่ตั้งไว้ เพราะหากขบวนการบีอาร์เอ็น หรือพูโลยังไม่หยุดก่อเหตุ
มุมมองและผลกระทบ
งานป้องกันและปราบปรามก็ไม่มีวันสิ้นสุด โดยเฉพาะปัจจุบันพบเด็กออกจากระบบการศึกษาจำนวนมาก ทำให้ถูกชักจูงและบิดเบือนความเชื่อได้ง่าย ซึ่งตลอด 20
ปีที่ผ่านมามีผู้บริสุทธิ์และตำรวจเสียชีวิตจำนวนมาก ส่วนเรื่องงบประมาณปี 2570 ที่อาจมีการตัดงบและลดกำลังพลนั้น ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการแปรญัตติ ด้าน พ.อ. เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษก
กอ.รมน.ภาค 4 สน. กล่าวเสริมว่า แผนยุทธศาสตร์ปี 2570 ถือเป็นความท้าทายที่ตั้งเป้าไว้ตั้งแต่ปี 2561 แต่ต้องมีการประเมินและปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ปีต่อปี
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
สำหรับเรื่องงบประมาณที่อาจถูกปรับลดนั้น กระบวนการยังไม่จบและอยู่ระหว่างแปรญัตติเพื่อขอกำลังเท่าเดิมในการควบคุมพื้นที่ตาม 3 จุดหลักที่ผู้ก่อเหตุมักใช้หลบซ่อน ได้แก่ บนภูเขา
ในหมู่บ้าน และการข้ามพรมแดน พ.อ. เอกวริทธิ์ ยังได้เตือนถึงกระแสข่าวปลอมในสื่อออนไลน์จากกลุ่มแนวร่วม โดยยืนยันว่าคดียิงตำรวจเสียชีวิตที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส
ขณะนี้ยังไม่รู้ตัวผู้ก่อเหตุและอยู่ระหว่างสืบสวน แต่ผลตรวจปืนพบว่าไม่มีความเชื่อมโยงกับเหตุที่จุดตรวจบูเก๊ะซามีตามที่มีข่าวลือ
ส่วนเหตุด้านหน้าสำนักงานสรรพสามิตปัตตานีเป็นเรื่องกลุ่มผู้เสียประโยชน์จากการจับกุมบุหรี่หนีภาษี ไม่เกี่ยวกับการทำงานของทหาร จึงขอให้ประชาชนเชื่อมั่นและติดตามข้อมูลจากเพจ กอ.รมน.ภาค
4 สน. เป็นหลัก ส่วนประสิทธิภาพงานการข่าว พ.อ. เอกวริทธิ์ ชี้ว่า ในหนึ่งเดือนหากสามารถระงับไม่ให้เกิดเหตุได้ 20-30 วัน ถือเป็นความสำเร็จในการจำกัดเสรีการปฏิบัติของฝ่ายตรงข้าม
แต่ต้องเข้าใจว่าผู้…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



