ศาลสั่งคุก 4 เดือน-ริบรถ อินฟลูฯสายบิ๊กไบค์ เบิ้ลเครื่องเร็วทะลุ 209 กม./ชม.-แทรกเลนกระชั้นชิด
อัปเดตเมื่อ: 13 สิงหาคม 2569 เวลา 13:19อ่าน 3 นาที

รวบอินฟลูเอนเซอร์สาย Bigbike ขับรถด้วยความเร็วสูงการเบิ้ลเครื่องยนต์ พร้อมแทรกและเปลี่ยนช่องทางเดินรถไปมาอย่างกะทันหันและกระชั้นชิด โดยไม่ได้ให้สัญญาณไฟ ศาลสั่งจำคุก 4 เดือน ปรับ
อ่านข่าวในหมวด เศรษฐกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
8,000 บาท ริบรถของกลาง เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ สว่างงาม ผบก.จร. พ.ต.อ.ณัฐพงษ์ เชื้อเดช รอง ผบก.จร. พ.ต.อ.เสกสรรค์ ชุ่มแจ่ม ผกก.2 บก.จร.
พ.ต.ท.ดามพวร ทองอิ่ม รอง ผกก.งานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต/ทางพิเศษ สั่งการ พ.ต.ท.ภุชงค์ เม้าทุ่ง สว.จร.งานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต/ทางพิเศษ
รายละเอียดเพิ่มเติม
และเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต/ทางพิเศษ จับกุม นายวีรเทพ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี พร้อมของกลาง รถจักรยานยนต์ Honda รุ่น CBR สีเทา ทะเบียน 7 ขภ 1156
กรุงเทพมหานคร ข้อหาขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตหรือร่างกายของผู้อื่น สืบเนื่องจากผู้ต้องหาเป็น อินฟลูเอนเซอร์สาย Bigbike รายหนึ่ง ช่วงเดือน มี.ค.และเดือน เม.ย. พ.ศ.2569
ผู้ต้องหาได้ขับขี่รถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน 7 ขภ 1156 กรุงเทพมหานคร บนถนนวิภาวดีรังสิต (ขาออก) ในพื้นที่แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ขับขี่ด้วยความเร็วสูง
สถานการณ์ล่าสุด
และมีการเบิ้ลเครื่องยนต์ พร้อมแทรกและเปลี่ยนช่องทางเดินรถไปมาอย่างกะทันหันและกระชั้นชิด โดยไม่ได้ให้สัญญาณไฟแก่ผู้ใช้รถใช้ถนนรายอื่น
ลักษณะการขับขี่ดังกล่าวเป็นการเปลี่ยนช่องทางและแทรกตัวระหว่างช่องทางเดินรถอย่างต่อเนื่องในระยะกระชั้นชิด ประกอบกับการใช้ความเร็วสูง
อาจทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนรายอื่นไม่สามารถคาดการณ์ทิศทางการขับขี่ของรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวได้อย่างทันท่วงที อีกทั้งมีลักษณะกีดขวางหรือรบกวนการจราจร
มุมมองและผลกระทบ
อันอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้ใช้รถใช้ถนน รวมถึงชีวิตและร่างกายของบุคคลอื่น การกระทำผิดปรากฏขึ้นในบริเวณถนนวิภาวดีรังสิตทั้ง 2 จุด ได้แก่ บริเวณจุดกลับรถมหาวิทยาลัยเกษตร
และบริเวณหน้ากองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (191) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงลักษณะการขับขี่ที่ไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ร่วมใช้ทาง
และอาจนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุหรือความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้ ต่อมาเมื่อวันที่ 10 ส.ค. พ.ศ.2569 เวลา 13.30 น. ผู้ต้องหาได้เข้าพบพนักงานสอบสวน
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
โดยพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อเท็จจริงและข้อกล่าวหาให้ทราบ พร้อมยึดรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวไว้เป็นของกลาง และดำเนินการสอบสวนทั้งนี้ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
จากนั้นพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายและนำคดีส่งศาล จนกระทั่งเมื่อวันที่ 11 ส.ค.2569 ศาลแขวงพระนครเหนือมีคำพิพากษา จำคุก 4 เดือน, ปรับ 8,000 บาท,
ริบรถจักรยานยนต์ของกลาง, ให้รอการจำคุก 2 ปี ส่วนความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่ขับรถในช่องทางซ้ายสุดหรือใกล้เคียงกับช่องทางเดินรถประจำทาง
ใช้รถขาดต่อภาษีประจำปี ใช้รถที่มีส่วนควบคุมหรืออุปกรณ์ไม่ครบถ้วน และขับขี่รถจักรยานยนต์โดยประมาทหวาดเสียว ซึ่งพนักงานสอบสวนไ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



