ลงเงิน 39.8 ล้านบาท หวังพลังฐานแฟน 500 ล้านคน แต่วันนี้นักลงทุนฟ้อง ‘เซเลนา โกเมซ’ ปมสตาร์ตอัป Wondermind กล่าวหาปกปิดปัญหานาน 3 ปี
อัปเดตเมื่อ: 14 สิงหาคม 2569 เวลา 17:53อ่าน 3 นาที

กลุ่มนักลงทุน 5 รายยื่นฟ้อง เซเลนา โกเมซ นักร้องและนักแสดงชื่อดัง ต่อศาลรัฐบาลกลางในรัฐเดลาแวร์เมื่อวันพฤหัสบดี (13 ส.ค.) ที่ผ่านมา ในข้อกล่าวหาฉ้อโกงหลักทรัพย์และผิดสัญญา
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
จากกรณีสตาร์ตอัปด้านสุขภาพจิต Wondermind ที่โกเมซร่วมก่อตั้ง โดยกล่าวหาว่าถูกทำให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับผลประกอบการของบริษัท และระดับการมีส่วนร่วมของตัวโกเมซเอง นอกจากโกเมซแล้ว
คำฟ้องยังระบุชื่อจำเลยอีก 2 ราย คือ แมนดี้ ทีฟีย์ มารดาของโกเมซ ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม และ ดาเนียลลา เพียร์สัน อดีตหุ้นส่วนทางธุรกิจ Wondermind
รายละเอียดเพิ่มเติม
เปิดตัวในปี 2021 โดยวางตัวเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ที่นำเสนอเนื้อหาและแนวทางดูแลสุขภาพจิตในชีวิตประจำวัน ภายใต้แนวคิด ‘Mental Fitness’
หรือการฝึกฝนสุขภาพจิตให้แข็งแรงในลักษณะเดียวกับที่คนเข้ายิมเพื่อดูแลสุขภาพกาย โดยโกเมซรับตำแหน่ง Co-Founder, Chief Impact Officer และ Head of Marketing คำฟ้องระบุ ลงเงิน 39.8
ล้านบาท แลกกับความคาดหวังที่ไม่เกิดขึ้นจริง กลุ่มโจทก์ระบุในคำฟ้องว่า พวกเขาลงทุนรวม 1.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 39.8 ล้านบาท) เมื่อปี 2022
สถานการณ์ล่าสุด
ด้วยความคาดหวังว่าโกเมซจะใช้ชื่อเสียงและฐานผู้ติดตามบนโซเชียลมีเดียกว่า 500 ล้านคน มาช่วยผลักดันการเติบโตของบริษัท “โจทก์เข้าใจว่ามูลค่าของ Wondermind
ในฐานะบริษัทเกิดใหม่นั้น อยู่ที่การมีส่วนร่วมของโกเมซเป็นหลัก รวมถึงความสามารถของเธอในการทำการตลาดกับฐานผู้ติดตามที่มีอยู่แล้ว ซึ่งมีจำนวนมากและติดตามเธออย่างเหนียวแน่น”
คำฟ้องระบุ การลงทุนดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการระดมทุนรอบแรกในปี 2022 ซึ่งบริษัทระดมได้รวม 5 ล้านดอลลาร์ (ราว 165.9 ล้านบาท) จากผู้ลงทุนหลายราย รวมถึงกองทุนของ เซเรนา วิลเลียมส์
มุมมองและผลกระทบ
นักเทนนิสระดับตำนาน ตลอดจนบริษัทร่วมลงทุนชั้นนำอย่าง Lightspeed Venture Partners และ Sequoia Capital ขณะที่โจทก์ในคดีนี้มี เบรนต์ ซอนเดอร์ส อดีตซีอีโอของ Allergan รวมอยู่ด้วย
ในช่วงเวลานั้น บริษัทระบุว่ามีมูลค่ากิจการอยู่ที่ 95 ล้านดอลลาร์ (ราว 3.15 พันล้านบาท) และตามคำฟ้อง นักลงทุนถูกทำให้เชื่อว่าบริษัทจะมีความร่วมมือกับองค์กรใหญ่อย่าง JPMorgan Chase
และ Fidelity รวมถึงมีแผนสร้างรายได้หลายทาง ทั้งดีลโฆษณา, การขึ้นปกนิตยสารของคนดัง และแอปพลิเคชันรูปแบบใหม่ที่ยังไม่เคยมีมาก่อน “ความร่วมมือเหล่านั้นไม่เคยมีอยู่จริง
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
แผนงานต่างๆ ไม่เคยเกิดขึ้น แอปไม่เคยถูกสร้าง และตลอด 3 ปีที่บริษัทค่อยๆ ล่มสลายลงรอบตัวพวกเขา ไม่มีผู้ก่อตั้ง เจ้าหน้าที่ หรือกรรมการคนใดเลย
ที่เอ่ยปากบอกนักลงทุนซึ่งเป็นเจ้าของเงินที่กำลังหล่อเลี้ยงความล่มสลายนั้น” ทนายความของฝ่ายโจทก์ระบุในคำฟ้อง ปมภายในที่ถูกเปิดเผยผ่านรายงานของ The Cut ตามคำฟ้อง
นักลงทุนเพิ่งรับรู้ถึงปัญหาทางการเงินของบริษัท จากรายงานของ The Cut ที่เผยแพร่เมื่อเดือนกันยายน 2025 ซึ่งรายงานถึงความขัดแย้งภายในบริษัท ทั้งในแง่โครงสร้างอำนาจและความสัมพันธ์ร…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



