วีระ ข้องใจงบศาลยุติธรรม มีเงินสด-เงินฝากกว่า 3.7 หมื่นล้าน รองเลขาฯแจงยิบ ยันเงินมีที่มา
อัปเดตเมื่อ: 17 สิงหาคม 2569 เวลา 16:23อ่าน 3 นาที

‘วีระ’ ข้องใจงบศาลยุติธรรม ทั้งเงินสด-เงินฝาก สูงมาก ด้าน ‘รองเลขาฯศาลฯ’ แจงยิบ เป็นเงินที่มีภาระผูกพันธ์ ทั้งค่าธรรมเนียมศาล ค่าปรับ ต้องคืนเมื่อคดีสิ้นสุด
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ไม่ใช่รายรับของศาล เมื่อวันที่ 17 สิงหาคมที่รัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570
สภาผู้ชู้แทนราษฎร ที่มี นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองประธาน กมธ. คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้พิจารณาการของบประมาณของหน่วยงานศาล
รายละเอียดเพิ่มเติม
โดยช่วงหนึ่งของการพิจารณา นายวีระ ธีระภัทรานนท์ กมธ. ซักถามต่องบประมาณสำนักงานศาลยุติธรรม ที่ขอจัดสรร 3.7 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้จากการตรวจสอบ
พบว่าหน่วยงานมีเงินสดหรือรายการเทียบเท่าเงินสด มากถึง 3.6 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น งบการเงินที่เป็นเงินสด 48 ล้านบาท เงินทดลองจ่าย 38 ล้านบาท เงินฝาก 2.6 หมื่นล้านบาท ฝากประจำ 689
ล้านบาท ฝากคลัง 9,520 ล้านบาท ซึ่งเงินส่วนดังกล่าวฝากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คล้ายกับเงินกระแสรายวันไม่มีดอกเบี้ย
สถานการณ์ล่าสุด
ซึ่งเงินสดที่หน่วยงานมีจะทำอย่างไรได้หรือไม่ที่จะนำออกมาใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ประเทศ และเพื่อลดภาระทางงบประมาณ ทั้งนี้ นายภพ เอครพานิช รองเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ชี้แจงว่า
งบการเงินของศาลธุติกรรมรวมเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 3.6 หมื่นล้านบาท เงินตรงนี้มีที่มาที่ไป และ มีความผูกพันที่ต้องใช้ ไม่ใช่เงินที่ศาลจะนำไปใช้ได้ ในส่วนของเงินฝากสถาบัน
รวมทั้งเงินฝากที่มีระยะสั้น 2.7 หมื่นล้านบาท จะแบ่งเป็นเงินค่าธรรมเนียมศาลและค่าธรรมเนียมปรับ 907 ล้านบาท ส่วนนี้ต้องรอนำส่งในช่วงสิ้นปีงบประมาณ ในจำนวนศาล 280 กว่าแห่ง และ
มุมมองและผลกระทบ
เป็นเงินรับฝากค่าปรับผู้ประกัน 51 ล้านบาท ซึ่งต้องรอนำส่งเช่นเดียวกัน ส่วนเงินจำนวนมากจะเป็นเงินรับฝากเงินกลาง 14,500 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินตามที่กฎหมายวิธีพิจารณาความกำหนด
และเป็นไปตามระเบียบที่สำนักงานศาลยุติธรรมกำหนดตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาความ ซึ่งกำหนดไว้ว่าเป็นเงินที่คู่ความหรือบุคคลภายนอกนำมาวางไว้ต่อศาล ซึ่งไม่ใช่ค่าธรรมเนียมศาล
และไม่ใช่เงินค่าปรับ แต่เป็นเงินที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการพิจารณา เช่น เงินประกันตัวผู้ต้องหา หรือจำเลย เงินวางทรัพย์ชำระหนี้ เงินค่าทำเนียมอื่นๆ ที่รอศาลตัดสิน
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
“เพราะฉะนั้นจะเป็นเงินที่ต้องมีภาระที่ต้องคืนไม่ว่าโจทก์หรือจำเลย บางครั้งอาจจะมีการวางทรัพย์ไว้ ก็จะต้องมีการรับชำระเงินไปเมื่อคดีเสร็จสิ้น ซึ่งตรงนี้ไม่ใช่เงินรายรับของศาล
แต่เป็นเงินที่ต้องคืน ” รองเลขาฯศาลยุติธรรม กล่าว นายภพ ชี้แจงว่า อีกส่วนจะมีเงินฝากของคู่ความจำนวน 437 ล้านบาท
ตรงนี้จะเป็นในส่วนที่คู่ความนำมาวางไว้เพื่อส่งคำคู่ความทั่วประเทศซึ่งถือว่าเป็นเงินที่รับฝากไว้และรอจ่าย และเป็นเงินรับฝากค่าป่วยการอนุญาโตตุลาการ 43 ล้านบาท
ซึ่งค่าป่วยการอนุญาโตตุลาการจะมีการจ่ายให้กับฝ่ายที่มีการชนะคดี โดยใช้เงินตรง…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



