ข้ามไปยังเนื้อหา

ลุ้น 31 ก.ค.อัยการญี่ปุ่น นัดสั่งฟ้อง สาวไทย ซุกไอซ์ ป.ป.ส. ขยายผลเครือข่ายชาวเวียดนาม

อัปเดตเมื่อ: 30 กรกฎาคม 2569 เวลา 13:02อ่าน 3 นาที

ลุ้น 31 ก.ค.อัยการญี่ปุ่น นัดสั่งฟ้อง สาวไทย ซุกไอซ์ ป.ป.ส. ขยายผลเครือข่ายชาวเวียดนาม
แชร์ข่าวนี้

จับตา31 ก.ค.อัยการญี่ปุ่น นัดสั่งฟ้อง สาวไทย ซุกไอซ์ ป.ป.ส. ขยายผลเครือข่ายชาวเวียดนาม เมื่อวันที่ 30 ก.ค. จากกรณีที่นายธนาศักดิ์ ทองน้อย อายุ 53 ปี และ น.ส.กันยาวีร์ เฟื่องเพียร

อ่านข่าวในหมวด สังคม เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper

ประเด็นสำคัญ

อายุ 45 ปี สองสามีภรรยา แจ้งว่า น.ส.จุฑาทิพย์ ทองน้อย อายุ 28 ปี บุตรสาว พร้อมด้วย นายศราวุธ อายุ 28 ปี แฟนหนุ่มของบุตรสาว และเพื่อนอีก 1 คน

มีอาชีพรับจ้างหิ้วของให้กับคนไทยที่อาศัยอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น ได้ออกเดินทางไปที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 11 ก.ค. 69 โดยขึ้นเครื่องบินที่สนามบินดอนเมือง เมื่อไปถึงสนามบินฟุกุโอกะ

รายละเอียดเพิ่มเติม

เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบสัมภาระของ น.ส. จุฑาทิพย์ พบยาไอซ์ซุกซ่อนอยู่ในซองกาแฟ จึงถูกควบคุมตัว และแจ้งข้อหานำเข้ายาเสพติด (ยาไอซ์) เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 ก.ค.69 เวลาประมาณ 07.00

น. พร้อมวอนขอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบบุคคลปริศนาที่ฝากหิ้วของข้ามประเทศ เชื่อว่าอาจทำเป็นขบวนการ อย่างไรก็ดี

ครอบครัวยังยอมรับว่าลูกสาวไม่รอบคอบที่ไม่ตรวจสอบสินค้าในกล่องพัสดุให้ดี แต่ยืนยันได้ว่าลูกสาวไม่เคยมีพฤติกรรมยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดเลย

สถานการณ์ล่าสุด

จึงขอความกรุณาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบเรื่องนี้ด้วย

เพราะหวั่นเกรงว่าบุคคลที่นำพัสดุซุกยาเสพติดมาให้ลูกสาวไปส่งที่ประเทศญี่ปุ่นอาจมีความเกี่ยวข้องกับที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้หรือไม่

อีกทั้งอัยการญี่ปุ่นเตรียมพิจารณาคำสั่งคดีแก่หญิงไทยในวันที่ 31 ก.ค.69 น.ส.อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. และโฆษกสำนักงาน ป.ป.ส. เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ ปป.1

มุมมองและผลกระทบ

สำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. ยังคงเร่งสืบสวนสอบสวนขยายผลต่อเนื่อง โดยบูรณาการข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำโดย พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น.

ซึ่งอยู่ระหว่างแกะรอยภาพจากกล้องวงจรปิดในทุกจุดที่เห็นว่ารถของไรเดอร์ชายได้ใช้เป็นเส้นทางขับขี่ทั้งก่อนและหลังส่งพัสดุให้กับหญิงไทยวัย 28 ปี

ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบหมายเลขทะเบียนรถ ยี่ห้อ รุ่น สีรถ เส้นทางที่ใช้ในการขับขี่จากต้นทางสู่ปลายทาง อย่างไรก็ดี ยังคงต้องขอสงวนข้อมูลในส่วนนี้ไว้ก่อน

ข้อมูลจากแหล่งข่าว

แต่ทราบข้อมูลเบื้องต้นว่าในการขนส่งพัสดุครั้งนี้พบว่ามีไรเดอร์เพียงคนเดียว ไม่ได้มีผู้นั่งในห้องโดยสารมาด้วย แต่ตนยังไม่ขอยืนยันว่าไรเดอร์ดังกล่าว เป็นชายหรือหญิง

เพราะเกรงว่าจะไหวตัวทัน และอาจหลบหนีไปก่อน อีกทั้งระหว่างนี้ เราได้มีการเปิดพื้นที่ให้ไรเดอร์ที่รู้ตัวว่าเป็นคนส่งพัสดุให้หญิงไทยรายดังกล่าว ได้เข้าแสดงความบริสุทธิ์ใจ

ว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ แต่ก็ยังไม่มีบุคคลใดเข้าแสดงตัว ยังคงนิ่งเงียบ จึงเป็นข้อสังเกตน่าพิรุธ

ถ้าหากว่าเป็นแค่ไรเดอร์ที่รับจ้างขนส่งพัสดุจริง ก็จะต้องมีความหวั่นเกรงที่จะรีบมาแสดงความบริสุทธิ์ใจ

แต่ถ้าหากนิ่งเงียบไปเช่นนี้ก็มีสิทธิ์สูงที่จะมีส่วนเกี่ยวข้องในการลำเลียงยาเสพติด ซึ่งอย่างไรแล้วเมื่อมีการรวบรวมหลักฐานจนความประจักษ์ชัดเจน

พนักงานสอบสวนตำรวจจะไปดำเนินการขอศาลออกหมาย…

อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน

ถ้าชอบข่าวนี้ ช่วยแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วย
แหล่งข่าว: มติชน · ลุ้น 31 ก.ค.อัยการญี่ปุ่น นัดสั่งฟ้อง สาวไทย ซุกไอซ์ ป.ป.ส. ขยายผลเครือข่ายชาวเวียดนาม
เลื่อนลงเพื่ออ่านข่าวถัดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง