พชร ชี้ เคยเตือนเรื่องปัญหามาตรา 301 ของสหรัฐแล้ว แนะ 4 ข้อ รื้อกฎหมายธุรกิจต่างด้าว
อัปเดตเมื่อ: 31 กรกฎาคม 2569 เวลา 15:26อ่าน 3 นาที

พชร ชี้ เคยเตือนเรื่องปัญหามาตรา 301 ของสหรัฐแล้ว แนะ 4 ข้อ รื้อกฎหมายธุรกิจต่างด้าว ปิดช่องนอมินี หลังสหรัฐฯ ขึ้นภาษีไทย เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม นายพชร นริพทะพันธุ์
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
กรรมการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวถึงถึงกรณีที่สหรัฐอเมริกาปรับขึ้นภาษีสินค้าไทย 12.5 % ภายใต้มาตรา 301
จากเหตุผลหลักเรื่องแรงงานบังคับและกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง ว่าเป็นประเด็นที่มีความสำคัญและสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมานาน นายพชรกล่าวว่า
รายละเอียดเพิ่มเติม
แม้ทิศทางที่รัฐบาลตั้งเป้าจะปรับบทบาทจาก “รัฐควบคุม” ไปสู่ “รัฐอำนวยความสะดวก” มากขึ้นจะเป็นแนวทางที่ดีและถูกต้อง
แต่ต้องไม่ลืมว่าทุกการผ่อนคลายกฎเกณฑ์ต้องตามมาด้วยกลไกการกำกับดูแลที่เข้มแข็งขึ้นเสมอ ไม่เช่นนั้นความหย่อนยานที่เกิดขึ้นจะกลายเป็นช่องว่างให้ผู้ที่ไม่หวังดีเข้ามาแสวงหาประโยชน์
“หัวใจของปัญหาที่สหรัฐฯ กล่าวหาไทย คือกรณีสินค้าต่างชาติที่เข้ามาผ่านกระบวนการแปรสภาพเพียงเล็กน้อยเพื่อสวมสิทธิเป็นสินค้าไทย
สถานการณ์ล่าสุด
และยังลามไปถึงเรื่องแรงงานบังคับทั้งที่ผิดกฎหมายในธุรกิจของเรา ผมมองว่านี่คือจุดเริ่มต้นสำคัญที่รัฐต้องเข้ามาจัดการ เพราะเป็นจุดที่เชื่อมโยงกับภาพใหญ่ทั้งหมดของปัญหา” นายพชรกล่าว
หนึ่งในปัญหานอมินีต่างชาติที่ผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นที่มาของปัญหาปลายทางที่สังคมเห็นอยู่ในปัจจุบันนั้น แท้จริงแล้วมีรากมาจากการที่ภาครัฐปล่อยปละละเลยมาเป็นเวลานาน
และหากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง สักวันจะกลายเป็นปัญหาใหม่ที่ซับซ้อนขึ้นให้กับสังคมไทย “เราเห็นนอมินีต่างชาติในจังหวัดท่องเที่ยวหลักของไทย
มุมมองและผลกระทบ
เราเห็นการสวมสิทธิ์สัญชาติในสินค้าส่งออก ทั้งหมดนี้กำลังเป็นปัญหาเดียวกันที่แสดงออกมาในหลายรูปแบบ หากรัฐบาลจะแก้ไขเรื่องนี้อย่างจริงจัง
ต้องถือโอกาสนี้รื้อโครงสร้างที่บิดเบี้ยวนี้ทั้งระบบ ไม่ใช่แก้ปัญหาเป็นจุดๆ ไปเรื่อยๆ” นายพชรกล่าว นายพชรกล่าวเพิ่มเติมว่า
นอกจากเรื่องการผลิตส่วนเกินและแรงงานบังคับที่ได้พูดถึงไปก่อนหน้านี้แล้ว มีอีกเรื่องหนึ่งที่อยากฝากไว้ คือปัญหาธุรกิจในไทยที่ปัจจุบันมีทั้งนอมินีถือหุ้นแทน
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
และการใช้ช่องโหว่ผ่านหุ้นบุริมสิทธิในการจัดการแทนบริษัท ถ้าลองไปดูธุรกิจในกลุ่มจังหวัดท่องเที่ยวในภาคใต้ที่เป็นข่าวจะเห็นลักษณะนี้คือ
ประกอบธุรกิจต่างต่างด้าวถือหุ้นต่ำกว่าคนไทยในสัดส่วนตามพรบ. ประกอบธุรกิจต่างด้าวจริง แต่ 49% ส่วนใหญ่เป็นหุ้นบุริมสิทธิที่กำหนดสิทธิดีกว่าทั้งนั้นโดยเฉพาะสิทธิในการออกเสียง
สิทธิยับยั้ง หรือสิทธิแต่งตั้งกรรมการแก่ผู้ถือหุ้นต่างชาติ ทำให้ดูเหมือนคนไทยคุมกิจการ แต่อำนาจตัดสินใจจริงกลับอยู่ที่ต่างชาติทั้งหมด” นายพชรกล่าว นายพชรอธิบายเพิ่มเติมว่า
ปัญหานี้ยิ่งซับซ้อนขึ้นเพราะประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1142 กำหนดว่า เมื่อบริษัทออกหุ้นบุริมสิทธิและกำหนดเงื่อนไขไว้แล้ว ห้ามแก้ไขอีกเลย
หมายความว่าเงื่อนไขที่ต่างชาติกำหนดไว้ตั้งแต่วันจดทะเบียนบริษัทจะถูกล็อกไว้อย่างถาวร โดยแทบไม่มีช่องทางแก้ไขในภายหลัง ต…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



