‘อาสพลธ์’ เปิดข้อมูลทุจริตสอบท้องถิ่นศรีสะเกษ เงินสะพัด 300 ล้าน จ่อขยายผลรื้อคดีทั่วประเทศ
อัปเดตเมื่อ: 10 สิงหาคม 2569 เวลา 20:58อ่าน 3 นาที

วันนี้ (10 สิงหาคม) เวลา 10.30 น. ที่ตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)
ประเด็นสำคัญ
เรียกผู้ต้องหาและผู้เสียหายจากคดีเรียกรับเงินในการทุจริตการสอบท้องถิ่นเข้าสอบปากคำเพิ่มเติม โดยวันนี้มีผู้ต้องหาเข้าสอบปากคำ 3 คน ได้แก่ ประยูร เดชหาญ, ณัฐกฤต ไตรรัตน์ และประวิทย์
จารุรัชกุล หรือ ‘เฮง’ ขณะที่มีผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินเข้าสอบปากคำ 1 คน คือ บุญร่วม วรรณวงษ์ อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย
รายละเอียดเพิ่มเติม
ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยหลังเข้าสังเกตการณ์ว่า ก่อนหน้านี้ได้ยื่นข้อมูลต่อหน่วยงานต่างๆ
ที่เข้าชี้แจงต่อ กมธ.ป.ป.ช. ที่รัฐสภา โดยระบุว่า การทุจริตสอบท้องถิ่นไม่ได้มีเพียง 5,925 ราย แต่ยังมีกลุ่มผู้เสียหายที่จ่ายเงินไปแล้วแต่สอบไม่ผ่าน
และเข้ามาแจ้งความในจังหวัดศรีสะเกษแล้ว 19 คดี เมื่อ DSI เห็นข้อมูลดังกล่าว จึงประสานตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษและลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม
สถานการณ์ล่าสุด
พร้อมเชิญผู้ต้องหาและผู้เสียหายเข้าสอบปากคำระหว่างวันที่ 10-11 สิงหาคม โดยวันนี้มีผู้ต้องหาเข้าสอบปากคำแล้ว 3 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ ประวิทย์ หรือ ‘เฮง’ ผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย
ซึ่งอาสพลธ์ระบุว่า เป็นบุคคลที่ถูกกล่าวถึงในประเด็นว่ามีนักการเมืองระดับชาติเข้ามาเกี่ยวข้องกับขบวนการดังกล่าว อาสพลธ์กล่าวว่า ผู้ที่แจ้งความทั้ง 19
คดีเป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก หลายรายมีเงินเพียง 20,000-30,000 บาท แต่อยากให้บุตรหลานเข้ารับราชการท้องถิ่น จึงถูกเรียกรับเงินสูงถึง 650,000 บาท ทำให้ต้องกู้เงินนอกระบบ
มุมมองและผลกระทบ
ขายรถและทรัพย์สินเพื่อนำเงินมาจ่าย แต่เมื่อประกาศผลสอบกลับไม่มีชื่อและสอบไม่ผ่าน จึงพยายามทวงเงินคืนผ่านแชตไลน์ ขณะที่บางรายยังต้องแบกรับภาระดอกเบี้ยรายวัน อาสพลธ์กล่าวว่า
หลังมีข่าวว่า DSI ลงพื้นที่สอบสวน มีนายหน้ารับเงินรายหนึ่งติดต่อผู้ที่จ่ายเงิน โดยแจ้งว่าไม่จำเป็นต้องมาให้ปากคำและจะคืนเงินทั้งหมดในวันที่ 20 สิงหาคมนี้ แต่ผู้เสียหายไม่เชื่อใจ
จึงเดินทางมาให้ปากคำกับ DSI ไว้ก่อน “สิ่งที่อยากจะย้ำคือ ใครที่จ่ายเงินให้มาแจ้งความ เพราะยังมีโอกาสได้เงินคืน คนพวกนี้เริ่มกลัว โดยจะติดต่อคนที่จ่ายเงิน เพราะถ้าวันที่ 20 ส.ค.
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ไม่จ่ายเงินคืนจะโดนคดีหนัก” อาสพลธ์กล่าว ประธาน กมธ.ป.ป.ช.กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบพบว่าคดีที่แจ้งความไว้ 19 คดี ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับข้าราชการท้องถิ่น
ทั้งระดับปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลและระดับผู้อำนวยการ ขณะที่ข้อมูลล่าสุดพบว่ามีผู้ถูกหลอกลวงในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษประมาณ 600-700 คน
สะท้อนว่ายังมีผู้เสียหายอีกจำนวนมากที่ยังไม่ได้เข้าแจ้งความ นอกจากนี้ ผู้มาให้ปากคำยังให้ข้อมูลว่า หลังรับเงินจากผู้เสียหายแล้ว มีการนำเงินไปจ่ายต่อให้บุคคลบางรายที่ส่วนกลาง
โดยเป็นการนำเงินสดไปจ่าย และเฉพาะจังหวัดศรีสะเกษมีเงินที่เกี่ยวข้องกับขบวนการดังกล่าวประมาณ 300 ล้านบาท หากขยายผลไปยัง 77 จังหว…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



