สอบเอ็มดีธกส.จบ 30 วัน คลังปัดแจกเงินเกษตรกร
อัปเดตเมื่อ: 15 สิงหาคม 2569 เวลา 00:01อ่าน 3 นาที

“เอกนิติ” สั่งเร่งสอบปม 8 ข้อร้องเรียนผู้จัดการ ธ.ก.ส. ขีดเส้น 30 วันต้องได้ข้อสรุป ยืนยันต้องโปร่งใส-เป็นธรรม พร้อมปิดประตูใช้เงินกู้ 4 แสนล้านบาทแจกเกษตรกรไร่ละ 1,000 บาท “ลลิดา”
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
แจงยิบ “ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” ไม่ใช่แจกเงิน เมื่อวันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ในฐานะประธานกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ให้สัมภาษณ์หลังประชุมบอร์ด ธ.ก.ส.ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้คณะกรรมการตรวจสอบ ธ.ก.ส. ซึ่งมีนางวิเรขา สันตะพันธุ์
รายละเอียดเพิ่มเติม
ผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะกรรมการ ธ.ก.ส. เป็นประธานตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (สร.ธกส.) ได้ยื่น 8
ข้อร้องเรียนให้ตรวจสอบการทำงานของนายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการ ธ.ก.ส. คนปัจจุบัน ภายใน 30 วัน ขณะเดียวกันได้มอบหมายให้นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ในฐานะรองประธานกรรมการ ธ.ก.ส. และประธานกิจการสัมพันธ์ ทำหน้าที่สื่อสารและแจ้งความคืบหน้ากับพนักงาน ธ.ก.ส.ทั้งหมด ขณะที่นายฉัตรชัยไม่ได้เข้าร่วมประชุม
สถานการณ์ล่าสุด
เพราะต้องการให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรมกับทุกฝ่ายมากที่สุด “เมื่อมีคนร้องเรียนมาเราก็ต้องดำเนินการพิจารณาไปตามข้อเท็จจริง โดยผมยืนยันว่าภาพใหญ่จะต้องยึดมั่นในภารกิจของ
ธ.ก.ส.ในการดูแลเกษตรกร ดูแลลูกค้า และดูแลพนักงานอย่างดีที่สุด ตรงนี้เป็นกระบวนการที่จะสร้างความมั่นใจให้กับทุกฝ่ายด้วย โดยจะมีการตรวจสอบในทุกข้อร้องเรียนอย่างเป็นธรรม
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้จ่ายต่างๆ ซึ่งตรงนี้ยืนยันว่า ธ.ก.ส.มีระเบียบการใช้เงินชัดเจน แต่เมื่อมีการร้องเรียนเข้ามา ก็ต้องลงไปตรวจสอบอย่างละเอียด” นายเอกนิติระบุ
มุมมองและผลกระทบ
นายเอกนิติยังกล่าวว่า หลังจากตรวจสอบแล้วเสร็จ คณะกรรมการตรวจสอบ ธ.ก.ส.ต้องรายงานให้บอร์ดภายใน 30 วัน แต่ระหว่างนี้หากมีการตรวจสอบข้อใดข้อหนึ่งเสร็จก่อน
ก็ต้องสื่อสารผ่านกรรมการกิจการสัมพันธ์เพื่อแจ้งให้พนักงาน ธ.ก.ส.ทราบความคืบหน้า โดยกำชับอย่างชัดเจนว่า ต้องดำเนินการทุกขั้นตอนโดยยึดหลักองค์กร
เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและศรัทธาให้กับประชาชน นายเอกนิติยังกล่าวถึงความคืบหน้าข้อเสนอพิจารณาเงินช่วยเหลือชาวนาในกรอบไร่ละ 1,000-2,000 บาท สำหรับปีการผลิต 2569/70 ว่า
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ยังไม่ได้นัดประชุม ส่วนกรณีที่มีระบุว่าอาจใช้เงินจากมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วินัยการเงินการคลังของรัฐ
มาใช้ดำเนินการในโครงการดังกล่าวนั้น มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) กำหนดไว้ชัดเจนแล้วว่า การจะใช้เงินจากมาตรา 28 ดำเนินโครงการใดๆ ต้องวิเคราะห์ความคุ้มค่าของโครงการก่อน ต้องไม่เอาเงินของ
ธ.ก.ส.ไปแจกจ่าย “โครงการไร่ละ 1,000 บาทนี้ หากไม่ใช้เงินจากมาตรา 28 แล้วจะใช้เงินกู้จาก พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาทได้หรือไม่นั้น มองว่าไม่น่าจะได้ เพราะวัตถุประสงค์ของ
พ.ร.ก.เงินกู้กำหนดไว้ชัดเจนว่าต้องใช้เยียว…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



