จิสด้า ผนึกกำลังกองบิน3โชว์นวัตกรรมไทย ทดสอบ Broadcast Remote ID จิ๋ว ยกระดับการจัดการโดรน
อัปเดตเมื่อ: 14 สิงหาคม 2569 เวลา 18:33อ่าน 3 นาที

จิสด้า ผนึกกำลังกองบิน 3 และเครือข่าย โชว์นวัตกรรมไทย ทดสอบ “Broadcast Remote ID จิ๋ว” เชื่อมต่อระบบ AMETHYST UTM ยกระดับการจัดการโดรนระดับประเทศ กระทรวงการอุดมศึกษา
อ่านข่าวในหมวด ธุรกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. โดย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ร่วมกับ กองบิน 3 กองทัพอากาศ และหน่วยงานพันธมิตร
ประสบความสำเร็จในการทดสอบภาคสนามของอุปกรณ์ Broadcast Remote ID ขนาดจิ๋ว พร้อมเชื่อมต่อข้อมูลเข้าสู่ระบบบริหารจัดการจราจรอากาศยานไร้คนขับ (UTM) ภายใต้ชื่อ “AMETHYST”
รายละเอียดเพิ่มเติม
เพื่อเตรียมความพร้อมโครงสร้างพื้นฐานด้านการบินของไทย รองรับการใช้งานทั้งในภาคประชาชน ภาคอุตสาหกรรม และความมั่นคงของประเทศ การทดสอบดังกล่าวมีขึ้นระหว่างวันที่ 13–14 สิงหาคม 2569 ณ
กองบิน 3 อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว ภายใต้กรอบความร่วมมือระหว่าง GISTDA และกองทัพอากาศ โดยมี ดร.สิทธิพร ชาญนำสิน ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเทคโนโลยีอวกาศ (S-TREC) พร้อมทีมงาน
ลงพื้นที่ทดสอบระบบ โดยได้รับเกียรติจาก นาวาอากาศเอก ทรงศักดิ์ ธรรมสาร ผู้บังคับการกองบิน 3 ให้การต้อนรับ รวมถึงมีผู้แทนจากหน่วยงานสำคัญ อาทิ นายเสน่ห์ สายวงศ์ วิศวกรเชี่ยวชาญพิเศษ
สถานการณ์ล่าสุด
สำนักงาน กสทช. พร้อมด้วยผู้แทนจาก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) และบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.)
เข้าร่วมสังเกตการณ์และแลกเปลี่ยนแนวทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีร่วมกัน ดร.สิทธิพร เปิดเผยความสำเร็จในครั้งนี้ว่า อุปกรณ์ Broadcast Remote ID
และระบบที่เกี่ยวข้องล้วนเป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นโดยบุคลากรไทย ซึ่งมีผลการทดสอบที่น่าพอใจ ได้แก่ ขนาดเล็กและเบา โดยอุปกรณ์ Broadcast Remote ID มีขนาดเพียง 43 × 36 × 18 มิลลิเมตร
มุมมองและผลกระทบ
และน้ำหนัก 20 กรัม ทำให้สามารถติดตั้งเข้ากับอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ได้หลากหลายรูปแบบโดยไม่กระทบต่อสมรรถนะการบิน ประสิทธิภาพการส่งสัญญาณ
ซึ่งทำหน้าที่กระจายข้อมูลระบุตัวตนและข้อมูลการบิน เพื่อสนับสนุนการตรวจสอบและติดตามโดรนในพื้นที่ โดยการทดสอบภาคสนามพบว่าสามารถตรวจรับสัญญาณได้ในระยะไกลที่สุดถึง 800 เมตร
รองรับการตรวจสอบความถูกต้องผ่านแอปพลิเคชันที่พัฒนาขึ้นสำหรับกองบิน 3 โดยเฉพาะ และยังรองรับแอปพลิเคชันทั่วไป เช่น Drone Scanner บนระบบปฏิบัติการ iOS และ Android
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
มีการบูรณาการข้อมูลแบบ Real-time โดย ข้อมูลจาก Remote ID จะถูกส่งตรงเข้าสู่ระบบ AMETHYST เพื่อการติดตามและบริหารจัดการจราจรทางอากาศอย่างไร้รอยต่อ (โดยระบบ AMETHYST นี้ ทาง GISTDA
ได้ส่งมอบให้แก่กองบิน 3 ไปแล้วเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา) ดร.สิทธิพร กล่าวว่า ความสำเร็จในการทดสอบครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีขั้นสูงที่พัฒนาโดยคนไทย
และถือเป็นก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานสำหรับบริหารจัดการอากาศยานไร้คนขับของประเทศ ซึ่งจะส่งผลดีต่อการกำกับดูแลความปลอดภัย การผลักดันภาคอุต…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



