“ทองคำ”วัดใจ 3 ปัจจัยระดับโลก“อิหร่าน-พันธบัตร-เฟด” ชี้ทิศทางราคารอบใหม่
อัปเดตเมื่อ: 27 กรกฎาคม 2569 เวลา 21:43อ่าน 3 นาที

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำปรับตัวขึ้น จากการที่สหรัฐฯ – อิหร่าน ได้เริ่มแสดงท่าทีในการเปิดช่องทางการเจรจาระหว่างกัน แม้ว่าจะยังอยู่ในช่วงภาวะสงครามระหว่างกัน ในขณะที่ Fed Watch
อ่านข่าวในหมวด ธุรกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
Tools ของ CME Group ได้คาดการณ์ว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยในเดือน ก.ค. นี้ ก่อนหน้านี้คาดการณ์ว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ก.ค. “ฮั่วเซ่งเฮง” วิเคราะห์ว่า
ในสัปดาห์นี้ยังคงมีปัจจัยสำคัญต่อราคาทองที่ส่งผลต่อเนื่องมาจากอดีต และปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อสัปดาห์นี้โดยตรง ถึง 3 ปัจจัยหลัก เริ่มด้วย ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน
รายละเอียดเพิ่มเติม
ที่ทางอิหร่านเริ่มส่งสัญญาณเจรจากับสหรัฐฯ จากปัจจัยข้างต้น ทำให้ตลาดยังต้องติดตามต่อไปว่า การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ – อิหร่าน จะมีแนวโน้มเกิดขึ้นในเร็วๆนี้หรือไม่
หากอิหร่านยอมเจรจาอย่างแท้จริงและฝ่ายสหรัฐฯ ยินดีเข้าสู่กระบวนการเจรจา อาจหนุนให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้น แต่หากไปในทิศทางตรงกันข้าม ก็อาจกดดันให้ราคาทองคำปรับตัวลงได้เช่นกัน
แต่อย่างไรก็ตาม ตลาดยังต้องติดตามการประชุม FOMC วันที่ 29-30 ก.ค. โดยคืนวันพุธที่ 29 ก.ค. เฟดจะมีครบกำหนดการประชุม FOMC ซึ่งตลาดคาดการณ์ว่า เฟดอาจมีการคงดอกเบี้ยที่ 3.50-3.75%
สถานการณ์ล่าสุด
หากอ้างอิงจากประชุมก่อนหน้านี้ เฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยตามที่ได้กล่าวไปข้างต้น
และคณะกรรมการได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการบรรลุเป้าหมายการจ้างงานสูงสุดและการรักษาเสถียรภาพด้านเงินเฟ้อเอาไว้ที่ 2% สาเหตุที่ทำให้เงินเฟ้อยังคงอยู่สูงกว่าเป้าหมายอย่างยืดเยื้อ
มาจากการผลักภาระต้นทุนจากการขึ้นภาษีศุลกากรในอดีตของปธน.ทรัมป์ และต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่มีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ
มุมมองและผลกระทบ
รวมถึงอุปสงค์ที่พุ่งสูงขึ้นจากการลงทุนด้าน AI ในขณะที่ ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เทียบรายปีได้ปรับตัวขึ้นสูงถึง 4.1% ในเดือน พ.ค. ในขณะที่รายงานจาก Economic
projections ได้คาดการณ์ว่า PCE ในปี 2026 และ 2027 จะอยู่ที่ระดับ 3.6% และ 2.3% ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่เฟดประเมินว่า เงินเฟ้อจะเริ่มชะลอตัวลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2026
ตามราคาน้ำมันขายปลีกที่คาดว่าจะลดลง และจะทยอยปรับตัวลงอย่างต่อเนื่องจนแตะระดับเป้าหมายที่ 2% ในปี 2028 เมื่อการเข้ามาของ AI
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ได้ช่วยให้กำลังการผลิตสินค้าและบริการมีราคาที่ถูกลงในอนาคต ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริง การคงอัตราดอกเบี้ยหรือการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอาจเป็นสิ่งที่เหมาะสมตามสถานการณ์ นอกจากนี้
อัตราเงินเฟ้อในฝั่งของ CPI เดือน มิ.ย. เทียบรายปี ได้มีการปรับตัวลงสู่ระดับ 3.5% จากเดือน พ.ค. ที่ 4.2% ซึ่งอาจมีแนวโน้มให้ตัว PCE มีการปรับตัวลงในอนาคตตามมาด้วยได้เช่นกัน
ในระยะสั้น เฟดมีแนวโน้มสูงที่จะมีความเข้มงวดเรื่องอัตราดอกเบี้ย จากการที่ดัชนี PCE ยังมีแนวโน้มสูงกว่าเป้าหมาย ซึ่งอาจส่งผลลบต่อทองคำ แต่ในระยะยาว
เงินเฟ้อมีแนวโน้มควบคุมให้เป็นไปตามเป้าหมายของเฟดได้ จากการเข้ามาของ AI ที่ช่วยทำให้ราคาสินค้าและบริการถูกลง ตลาดลุ้นถ้อยแถลงปร…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



