‘ไชยชนก’ชู3มาตรการ สกัด‘ภัยคุกคามไซเบอร์-ข้อมูลรั่ว’
อัปเดตเมื่อ: 11 สิงหาคม 2569 เวลา 11:17อ่าน 3 นาที

‘ไชยชนก’ชู3มาตรการ สกัด‘ภัยคุกคามไซเบอร์-ข้อมูลรั่ว’ หมายเหตุ – นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แถลงข่าวการยกระดับมาตรการหน่วยงานรัฐ
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
เพื่อคุ้มครองข้อมูลประชาชน มีนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดีอี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
ที่กระทรวงดีอี เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม กระทรวงดีอีร่วมกับ สกมช. เตรียมเสนอชุดมาตรการยกระดับความปลอดภัยไซเบอร์เข้าสู่ที่ประชุม ครม. ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 11 สิงหาคมนี้
รายละเอียดเพิ่มเติม
มาตรการจะเสนอ ครม.มี 3 เรื่องสำคัญ ได้แก่ 1.Force Reset Password หรือการบังคับให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐกว่า 300 กรม เปลี่ยนรหัสผ่านใหม่ทั้งหมดทันที
เพื่อเป็นการตัดวงจรไม่ให้ผู้ไม่หวังดีนำข้อมูลชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านเดิมเคยรั่วไหลไปแล้วกลับมาใช้สวมรอยเข้าสู่ระบบได้อีก 2.System Cleansing
ให้ทุกกระทรวงและหน่วยงานระดับกรมตรวจสอบระบบสารสนเทศในสังกัดกว่า 30,000 ระบบ ภายในกรอบเวลาประมาณ 15 วัน โดยเฉพาะระบบเก่าหรือระบบเลิกใช้งานแล้ว
สถานการณ์ล่าสุด
หากไม่มีความจำเป็นต้องเปิดไว้จะต้องปิดการเข้าถึงในส่วนหลังบ้าน หรือ Back End อย่างถาวร เพราะที่ผ่านมาในหลายหน่วยงานยังมีความเข้าใจว่าการปิดหน้าเว็บไซต์เท่ากับปิดระบบทั้งหมด
ทั้งที่ในทางเทคนิคระบบหลังบ้านอาจยังคงเปิดและกลายเป็นช่องทางให้ผู้ไม่หวังดีเข้าถึงได้ สำหรับมาตรการที่ 3 คือการยกระดับการใช้ Multifactor Authentication หรือ MFA ในระบบภาครัฐทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม การใช้ MFA จะต้องพิจารณาตามระดับความเสี่ยงและความสำคัญของแต่ละระบบ ไม่ได้หมายความว่าจะกำหนดเพียงการยืนยันตัวตน 2 ปัจจัยเหมือนกันทั้งหมด
มุมมองและผลกระทบ
แต่ต้องออกแบบให้เหมาะกับลักษณะของระบบนั้นๆ เพื่อไม่ให้กรณีที่ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านรั่วไหลแล้ว ผู้ไม่หวังดีสามารถนำข้อมูลดังกล่าวเข้าสู่ระบบได้ทันที ทั้งนี้
กระทรวงอยู่ระหว่างพิจารณามาตรการทางกฎหมายสำหรับหน่วยงานไม่ดำเนินการตามแนวทางที่กำหนด รวมถึงแนวคิดจะนำเรื่องความปลอดภัยไซเบอร์เข้าไปเป็นตัวชี้วัดผลงาน หรือ KPI
และเชื่อมโยงกับการจัดสรรงบประมาณ เพื่อให้หน่วยงานรัฐมีทั้งหน้าที่และแรงจูงใจในการยกระดับความปลอดภัยอย่างจริงจัง
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
สำหรับภาพรวมข้อมูลที่กระทรวงรวบรวมจากการสืบสวนเชิงลึกและการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับภาคประชาชน พบว่าปัจจุบันทั่วโลกมีข้อมูลชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน หรือ Log-in Credential
เคยรั่วไหลและถูกนำไปสะสมอยู่ตามฐานข้อมูลต่างๆ รวมถึง Dark Web สูงถึงประมาณ 50,000 ล้านล็อกอิน ขณะที่ประเทศไทยพบข้อมูลล็อกอินรั่วไหลสะสมกว่า 200 ล้านรายการ
โดยตัวเลขดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าทุกบัญชียังคงใช้งานอยู่ในปัจจุบัน เนื่องจากบางบัญชีถูกยกเลิก บางบัญชีมีการเปลี่ยนรหัสผ่านไปแล้ว หรือบางระบบได้ยุติการใช้งาน
แต่ข้อมูลเก่าเคยรั่วไหลยังคงถูกเก็บและนำไปซื้อขายต่อได้ อย่างไรก็ตาม ปัญหานี้จำเป็นต้องขับเคลื่อนแก้ไขร่วมกันทั้งประเทศ ไ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



