แพทย์เผย 3 พฤติกรรม อาจทำให้อาการข้ออักเสบ รุนแรงขึ้น แนะชาวออฟฟิศระวัง
อัปเดตเมื่อ: 13 สิงหาคม 2569 เวลา 18:13อ่าน 3 นาที

แพทย์เผย 3 พฤติกรรม อาจทำให้อาการข้ออักเสบ รุนแรงขึ้น แนะคนทำงานออฟฟิศควรระวัง ยิ่งฤดูร้อนยิ่งควรระวัง หลายคนอาจคิดว่าในช่วงฤดูร้อน สิ่งที่ต้องระวังมีเพียงโรคลมแดดหรือปัญหาผิวหนัง
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
แต่กลับมองข้ามว่าอาการปวดข้อเข่าก็อาจค่อย ๆ รุนแรงขึ้นได้เช่นกัน แพทย์ระบุว่า ช่วงที่ผ่านมาในคลินิกพบผู้ป่วยเข้ารับการรักษาด้วยอาการเข่าบวม ปวด
และรู้สึกติดขัดขณะเคลื่อนไหวอยู่บ่อยครั้ง โดยสภาพอากาศร้อนชื้นในฤดูร้อน ประกอบกับพฤติกรรมอย่างอยู่ในห้องปรับอากาศเป็นเวลานาน รับประทานของเย็นหรือของหวานเย็นมากเกินไป
รายละเอียดเพิ่มเติม
และดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล อาจทำให้ผู้ที่มีภาวะข้อเสื่อมหรือการอักเสบเรื้อรังอยู่เดิม รู้สึกไม่สบายบริเวณข้อเข่ามากขึ้น แพทย์แผนจีน ซ่งหว่านเจิน (宋宛蓁) กล่าวว่า
ตามแนวคิดของแพทย์แผนจีน “ความชื้น” มีลักษณะหนัก ขุ่น และเหนียวหนืด โดยความชื้นที่ก่อโรคสามารถส่งผลต่อข้อต่อและกล้ามเนื้อได้ เมื่อสภาพแวดล้อมภายนอกมีความชื้นสูง
ประกอบกับการเผาผลาญและขับน้ำภายในร่างกายเสียสมดุล อาจทำให้เกิดภาวะที่เรียกว่า “ความชื้นร้อน” หรือ “ความชื้นเย็น” ส่งผลให้มีอาการข้อเข่าบวม ปวดเมื่อย รู้สึกหนัก
สถานการณ์ล่าสุด
หรืออาจเคลื่อนไหวได้จำกัด โดยเฉพาะคนในปัจจุบันที่มักใช้เวลานานอยู่ในห้องปรับอากาศช่วงฤดูร้อน ทำให้อุณหภูมิภายในและภายนอกอาคารแตกต่างกันมาก
หากลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศเป่าตรงบริเวณหัวเข่า ก็อาจทำให้อาการไม่สบายเฉพาะบริเวณชัดเจนยิ่งขึ้น นอกจากเครื่องปรับอากาศแล้ว “ของหวานเย็น”
ซึ่งได้รับความนิยมในช่วงฤดูร้อนก็เป็นอีกสิ่งที่ควรระวัง ซ่งหว่านเจินระบุว่า นอกจากมีอุณหภูมิต่ำแล้ว น้ำแข็งไสหลายชนิดยังใส่น้ำเชื่อม นมข้นหวาน แยม ไข่มุก และพุดดิ้ง
มุมมองและผลกระทบ
ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่มีน้ำตาลสูง หากรับประทานน้ำตาลขัดสีมากเกินไปเป็นเวลานาน ไม่เพียงทำให้ได้รับพลังงานเกินความต้องการและน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น
แต่ยังอาจส่งผลต่อภาวะการอักเสบเรื้อรังของร่างกายด้วย ผู้ที่มีอาการปวดข้อเข่าหรือข้อเข่าเสื่อมอยู่แล้วจึงควรควบคุมทั้งความถี่และปริมาณในการรับประทาน นอกจากนี้
ในช่วงฤดูร้อนหลายคนนิยมสวมกางเกงขาสั้นหรือกระโปรงสั้น หากต้องอยู่ในห้องปรับอากาศเป็นเวลานานและนั่งอยู่ในท่าเดิมโดยไม่ขยับร่างกาย
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
อาจทำให้กล้ามเนื้อบริเวณรอบข้อเข่าอยู่ในภาวะตึงเป็นเวลานาน ประกอบกับการเคลื่อนไหวร่างกายที่ไม่เพียงพอ จึงอาจเกิดอาการข้อฝืดและปวดเมื่อยได้ง่ายเมื่อลุกขึ้น ซ่งหว่านเจินแนะนำว่า
ผู้ที่ทำงานในสำนักงานและต้องอยู่ในห้องปรับอากาศมากกว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานาน และควรลุกขึ้นเคลื่อนไหวร่างกายอย่างเหมาะสมเป็นระยะ
ซ่งหว่านเจินกล่าวว่า ในทางคลินิก นอกจากผู้ป่วยโรคข้อเสื่อมแล้ว ผู้ที่มีภาวะอ้วน ผู้สูงอายุ ผู้ที่เคยได้รับบาดเจ็บบริเวณเอ็นไขว้หรือหมอนรองกระดูกเข่า
รวมถึงผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ เช่น วิ่ง ปีนเขา หรือเล่นกีฬา ล้วนเป็นกลุ่มที่ควรระมัดระวังเรื่องภาระที่เกิดขึ้นกับข้อเข่า หากข้อเข่ามีอาการบวมและปวดต่อเนื่องนานเกิน 1…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ข่าวสด



