ร้องครูสาวอ้างโสด ลวงหนุ่มอบต. มีใจ กู้เงิน 3 แสนหมั้นเก้อ อดีตสามีทหารเรือ เผยถูกหลอกเหมือนกัน
อัปเดตเมื่อ: 17 สิงหาคม 2569 เวลา 16:23อ่าน 3 นาที

ครูสาวพราวเสน่ห์หลอกหนุ่ม อบต. กู้เงิน 3 แสนหมั้นเก้อ พบประวัติเพียบ อดีตผัวทหารเรือเผยถูกหลอกแต่งเพราะอ้างท้อง เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ที่สำนักงานเพจสายไหมต้องรอด
อ่านข่าวในหมวด เศรษฐกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
น้องสาวของเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แห่งหนึ่ง นำหลักฐานแชตการสนทนาและเอกสารทางการเงินเข้าขอความเป็นธรรมกับ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด
เพื่อช่วยเหลือพี่ชาย หลังถูกครูสาวพราวเสน่ห์หลอกลวงให้คบหา ก่อนเร่งรัดเรื่องการแต่งงานและชักชวนให้กู้ยืมเงินโอนไปให้รวมกว่า 300,000 บาท
รายละเอียดเพิ่มเติม
โดยอ้างว่าจะนำไปเป็นค่าสินสอดฝากไว้กับบิดาของฝ่ายหญิง แต่สุดท้ายกลับพบว่าฝ่ายหญิงปกปิดสถานะทางครอบครัว และเพิ่งดำเนินการหย่าร้างกับสามีเดิมซึ่งเป็นทหารเรือหลังเกิดเรื่อง
ซึ่งฝ่ายทหารเรือเองก็อ้างว่าถูกหลอกลวงในลักษณะเดียวกัน และยอมเสียเงิน 100,000 บาท เพื่อแลกกับการเซ็นใบหย่า สำหรับพฤติการณ์ในคดี น้องสาวของผู้เสียหายเปิดเผยว่า
พี่ชายได้รู้จักกับครูสาวรายนี้ผ่านทางแอปพลิเคชันหาคู่ จากนั้นได้พูดคุยสนทนาจนพัฒนาความสัมพันธ์มาคบหากันได้ระยะหนึ่ง ในระหว่างที่คบหากัน
สถานการณ์ล่าสุด
ฝ่ายหญิงเริ่มพูดจาหว่านล้อมและรบเร้าเรื่องการจัดงานแต่งงาน พร้อมทั้งกดดันให้ฝ่ายชายหาเงินเตรียมไว้เป็นค่าสินสอด ทำให้พี่ชายหลงเชื่อว่าฝ่ายหญิงมีใจจริง
จึงตัดสินใจไปกู้หนี้ยืมสินและโอนเงินรวมเป็นจำนวนกว่า 300,000 บาทให้ฝ่ายหญิง เพื่อนำไปใช้เป็นเงินหมั้นและเตรียมการแต่งงานตามที่ตกลงกันไว้ น้องสาวของผู้เสียหาย ระบุอีกว่า
หากมองจากสายตาคนภายนอกอาจคิดว่าการโอนเงินดังกล่าวเป็นการให้โดยเสน่หาหรือให้ด้วยความสมัครใจจากความสัมพันธ์เชิงชู้สาว แต่ทางครอบครัวมั่นใจว่ากรณีนี้ไม่ใช่เรื่องความรักปกติ
มุมมองและผลกระทบ
เนื่องจากฝ่ายหญิงมีพฤติการณ์ปกปิดข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ โดยเฉพาะสถานะการสมรส เพราะในช่วงเวลาที่พี่ชายคบหากับครูสาวและมีการโอนเงินให้นั้น
ฝ่ายหญิงยังคงมีทะเบียนสมรสค้างคาอยู่กับสามีเดิมที่เป็นทหารเรือ ก่อนจะมารู้ในภายหลังว่าเพิ่งมีการจดทะเบียนหย่ากันอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมานี้เอง ทางด้าน
นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ได้ระบุถึงไทม์ไลน์ความสัมพันธ์ว่า ทั้งคู่เริ่มรู้จักและคบหากันประมาณเดือนมิถุนายน และมีการโอนเงินกันในช่วงเดือนกรกฎาคม
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ฝ่ายหญิงยังคงมีสถานะสมรสตามกฎหมายกับสามีทหารเรืออย่างชัดเจน ทว่าในเวลาเดียวกัน
ฝ่ายหญิงกลับไปโพสต์ข้อความหรือประกาศตัวในสื่อสังคมออนไลน์ว่าตนเองยังโสดและไม่มีสามี พฤติกรรมดังกล่าวนั้นมองว่าเข้าข่ายเจตนาปกปิดข้อเท็จจริงเพื่อหลอกลวง
ไม่ใช่การให้โดยเสน่หาตามที่อาจถูกกล่าวอ้าง จึงเตรียมนำหลักฐานประสานพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย ในข้อหาฉ้อโกงต่อไป
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



