เบบี้บูมเมอร์กลุ่มที่มั่งคั่งที่สุด กำลังเทเงินเที่ยวรอบโลก ยอมจ่ายทริปละ 3 ล้านบาท ด้วยความคิดว่าเหลือเวลาอีกไม่มาก
อัปเดตเมื่อ: 24 สิงหาคม 2569 เวลา 14:15อ่าน 3 นาที

คนรุ่นเบบี้บูมเมอร์ซึ่งถือครองความมั่งคั่งรวมกันมากกว่าคนรุ่นใดที่ยังมีชีวิตอยู่ กำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของ การท่องเที่ยว โลก
ประเด็นสำคัญ
ด้วยการทุ่มเงินไปกับการเดินทางในระดับที่ทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวต้องปรับตัวตาม ประเด็นสำคัญ เที่ยวแบบผจญภัย แต่ขอความสบายควบคู่กันไป มีทั้งกลุ่มที่จ่ายหนัก และกลุ่มที่ล่าดีล
เลือกทริปที่คุ้มค่ากับเวลาที่เหลือ เหตุผลมาจากหลายปัจจัยประกอบกัน ทั้งอายุขัยที่ยาวขึ้น, เวลาว่างที่มีมากกว่า และสุขภาพที่แข็งแรงกว่ารุ่นพ่อแม่และปู่ย่าตายาย
รายละเอียดเพิ่มเติม
แต่สิ่งที่เร่งให้ตัดสินใจเร็วขึ้นคือความรู้สึกว่าเวลาเหลือน้อยลง เพราะกลุ่มแรกของคนรุ่นนี้เข้าสู่วัย 80 ปีแล้ว จึงเกิดความเร่งด่วนที่จะได้เห็นโลกให้มากที่สุดเท่าที่ยังทำได้
ตัวอย่างที่สะท้อนความคิดนี้คือ จีน โจว วัย 69 ปี ที่ออกเดินทางหลังสามีและแม่เสียชีวิตห่างกันเพียง 6 เดือน โดยจองทัวร์ 21 วันด้วยเครื่องบินส่วนตัวไปเยือน 6 ประเทศ
ทั้งขี่อูฐในอียิปต์, ล่องแม่น้ำไนล์ และไปกอดหินที่เอฟเบอรีในอังกฤษ ทริปดังกล่าวมีราคา 93,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.04 ล้านบาท)
สถานการณ์ล่าสุด
และปัจจุบันเธอจองทริปเครื่องบินส่วนตัวอีกครั้งเพื่อไปเยือน 6 ประเทศในแอฟริกา โดยให้เหตุผลว่าอยากทำตอนนี้ในขณะที่ยังไหว พร้อมยอมรับว่าตัวเองโชคดีที่มีกำลังจ่ายสำหรับทริปแบบนี้
เที่ยวแบบผจญภัย แต่ขอความสบายควบคู่กันไป พฤติกรรมของคนรุ่นนี้กำลังเปลี่ยนหน้าตาธุรกิจท่องเที่ยวหลายด้าน โดยคนกลุ่มเดียวกับที่เคยโบกรถข้ามประเทศและแบกเป้เที่ยวยุโรปตอนหนุ่มสาว
ตอนนี้หันไปเที่ยวซาฟารีและเดินป่าในเซเรนเกติผ่านทัวร์ที่มีไกด์ดูแล ซึ่งมีทั้งเส้นทางแบบง่ายและแบบท้าทายให้เลือก
มุมมองและผลกระทบ
สิ่งที่ต่างจากเดิมคือคนรุ่นนี้ต้องการทั้งการผจญภัยและความสบายไปพร้อมกัน ทั้งที่พักที่ดี อาหารอร่อย การเดินทางเชื่อมต่อที่ราบรื่น และความยุ่งยากเรื่องสัมภาระที่น้อยลง
ความต้องการดังกล่าวทำให้เกิดบริการเฉพาะกลุ่ม อย่างการส่งกระเป๋าล่วงหน้าเพื่อไม่ต้องลากขึ้นลงสนามบินหรือขึ้นลงเรือสำราญ โดยหลายคนยอมจ่ายให้บริษัทอย่าง Luggage Forward เป็นเงิน 144
ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4,700 บาท) เพื่อส่งกระเป๋าหนัก 23 กิโลกรัมภายในสหรัฐฯ และ 374 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 12,200 บาท) สำหรับส่งไปอังกฤษ ออเดรย์ โคเฮาต์ ผู้บริหารร่วมของบริษัทดังกล่าว
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ระบุว่าลูกค้าหลักคือคนอายุ 65 ปีขึ้นไป ซึ่งให้ความสำคัญกับความสะดวกและบริการลูกค้าที่ดี จนบริษัทต้องจ้างพนักงานรับสายเพิ่ม เพราะลูกค้ากลุ่มนี้ไม่ต้องการคุยกับบอต
ด้านที่พักก็เปลี่ยนไปเช่นกัน โดย เจมส์ โมเสส ประธาน Road Scholar องค์กรไม่แสวงหากำไรที่ก่อตั้งมา 50 ปี ระบุว่าคนรุ่นเบบี้บูมเมอร์เปลี่ยนวิธีที่องค์กรทำสัญญาเรื่องที่พักไปอย่างมาก
จุดเปลี่ยนนี้ต่างจากจุดเริ่มต้นอย่างสิ้นเชิง เพราะองค์กรก่อตั้งในชื่อ Elderhostel เพื่อจัดทริปและคลาสเรียนให้คนอายุ 60 ปีขึ้นไปที่ไม่รังเกียจการพักในหอพักนักศึกษาที่ว่างอยู่
ขณะที่ปัจจุบันบางทริปมีที่พักระดับโรงแรม 4 และ 5 ดาวให้เลือก ปัจจุบันร…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด



