สรรเพชญ เผยคืบหน้ารถไฟทางคู่สายใต้ 3 เส้นทาง ลุยก่อสร้างก่อน 504 กม. เตรียมชง ครม.สัญจรสงขลา
อัปเดตเมื่อ: 16 สิงหาคม 2569 เวลา 13:02อ่าน 3 นาที

สรรเพชญ เผยคืบหน้ารถไฟทางคู่สายใต้ 3 เส้นทาง ลุยก่อสร้างก่อน 504 กม. เตรียมชง ครม.สัญจรสงขลา เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
เปิดเผยความคืบหน้าโครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 สายใต้ ภายหลังคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มีมติเห็นชอบแนวทางดำเนินโครงการ ครอบคลุม 3 เส้นทาง รวมระยะทาง 534 กิโลเมตร
เชื่อมโครงข่ายระบบรางตั้งแต่ชุมพร สุราษฎร์ธานี หาดใหญ่ ลงไปถึงปาดังเบซาร์ ชายแดนไทย-มาเลเซีย โดยขณะนี้ รฟท.อยู่ระหว่างสรุปรายละเอียดเสนอกระทรวงคมนาคมภายในสัปดาห์นี้
รายละเอียดเพิ่มเติม
ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในช่วงการประชุม ครม. สัญจร ที่จังหวัดสงขลา ในวันที่ 1 กันยายนนี้ สำหรับโครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 สายใต้ ประกอบด้วย
3 เส้นทาง ได้แก่ ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 168 กิโลเมตร ช่วงสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่-สงขลา ระยะทาง 321 กิโลเมตร และช่วงชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 45 กิโลเมตร
รวมระยะทาง 534 กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม ในระยะแรกจะดำเนินการก่อสร้างก่อนรวมประมาณ 504 กิโลเมตร ประกอบด้วย ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี 168 กิโลเมตร ช่วงสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่ 291
สถานการณ์ล่าสุด
กิโลเมตร และช่วงชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ 45 กิโลเมตร กรอบวงเงินรวมประมาณ 106,798 ล้านบาท ส่วนช่วงชุมทางหาดใหญ่-สงขลา ระยะทาง 30 กิโลเมตร จะพิจารณาดำเนินการในระยะต่อไป นายสรรเพชญ
กล่าวว่า โครงการนี้ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานระบบรางที่มีความสำคัญต่อภาคใต้ เพราะจะทำให้โครงข่ายรถไฟทางคู่ต่อเนื่องลงมาถึงหาดใหญ่ และเชื่อมต่อไปยังปาดังเบซาร์
ซึ่งเป็นประตูสำคัญในการเชื่อมระบบรางของไทยกับมาเลเซีย รองรับทั้งการเดินทางของประชาชน การท่องเที่ยว การค้าชายแดน และการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ
มุมมองและผลกระทบ
“เมื่อโครงข่ายรถไฟทางคู่เชื่อมต่อจากภาคใต้ตอนบนลงมาถึงหาดใหญ่และปาดังเบซาร์ จะช่วยเพิ่มศักยภาพการเดินรถทั้งผู้โดยสารและสินค้า ลดข้อจำกัดของทางเดี่ยว เพิ่มความคล่องตัวในการขนส่ง
และเชื่อมเศรษฐกิจภาคใต้เข้ากับประเทศเพื่อนบ้านได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น” นายสรรเพชญกล่าว นายสรรเพชญ กล่าวต่อว่า อีกประเด็นสำคัญของการทบทวนโครงการครั้งนี้
คือการปรับรูปแบบก่อสร้างให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และปัญหาที่เกิดขึ้นจริง โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
จนส่งผลกระทบต่อเส้นทางรถไฟสายใต้ จากบทเรียนดังกล่าว จึงมีการปรับรูปแบบทางรถไฟบางช่วงบริเวณหาดใหญ่ จากเดิมที่เป็นทางระดับดิน เป็นโครงสร้างสะพานบกประมาณ 3 กิโลเมตร และคันทางประมาณ 2
กิโลเมตร เพื่อเพิ่มความสามารถในการรองรับสถานการณ์น้ำท่วม ลดผลกระทบต่อทางน้ำ และลดความเสี่ยงที่โครงข่ายรถไฟสายใต้จะได้รับความเสียหายหรือถูกตัดขาดเมื่อเกิดอุทกภัยในอนาคต
“การลงทุนรถไฟทางคู่ครั้งนี้ไม่ได้มองเฉพาะเรื่องการเพิ่มขีดความสามารถในการเดินรถ แต่ต้องออกแบบให้ตอบโจทย์สภาพพื้นที่ในระยะยาวด้วย โดยเฉพาะหาดใหญ่ซึ่งเ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



