ผบ.เรือนจำพัทยา แยกขัง 3 ผู้ต้องหาคดี 5 ศพ ชี้ ‘ป๋อง’ เคยก่อเหตุในคุก-จ่อถูกจัดนักโทษชั้นต่ำสุด
อัปเดตเมื่อ: 3 สิงหาคม 2569 เวลา 19:00อ่าน 3 นาที

ผบ.เรือนจำพิเศษพัทยา แจงคุมเข้ม 3 ผู้ต้องหาคดีฆ่า 5 ศพ แยกกักโรค-เฝ้า 24 ชั่วโมง ย้ำ ‘ป๋อง’ เคยก่อเหตุรุนแรงในคุก เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม นายพัศพงศ์ ใจคล่องแคล่ว
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษพัทยา เปิดเผยถึงการควบคุมตัวผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมอำพรางศพ 5 ราย ว่า ขณะนี้รับตัวผู้ต้องหาแล้ว 3 คน ได้แก่ นายฑนา หรือ “ป๋อง” เกิดทอง, นายธงชัย หรือ “ธง” ศรีนิล
และนายอัฐภางค์ หรือ “บอล” ช่วงขำ โดยทั้งหมดถูกแยกกักโรคเป็นเวลา 5 วัน พร้อมเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการทำร้ายตัวเองและถูกผู้ต้องขังรายอื่นทำร้าย ส่วนผู้ต้องหาอีก 1
รายละเอียดเพิ่มเติม
คนยังอยู่ระหว่างการสอบสวนของตำรวจ ก่อนส่งตัวเข้าเรือนจำ ผู้บัญชาการเรือนจำระบุว่า ผู้ต้องหาทั้ง 3 คนมีสภาพร่างกายปกติ รับประทานอาหารได้ ไม่มีอาการเครียดหรือหวาดกลัวเป็นพิเศษ
แม้จะมีท่าทีนิ่งเฉย โดยเจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าสังเกตพฤติกรรมอย่างใกล้ชิดผ่านกล้องวงจรปิดและผู้ช่วยเจ้าพนักงาน เนื่องจากคดีได้รับความสนใจจากสังคม สำหรับนายฑนา หรือ “ป๋อง”
พบว่ามีประวัติเคยถูกคุมขังในเรือนจำพิเศษพัทยามาแล้ว 3 ครั้ง และเมื่อปี 2564 เคยก่อเหตุร่วมกับผู้ต้องขังรายอื่นทำร้ายกันภายในเรือนจำ จนถูกย้ายไปคุมขังที่เรือนจำกลางระยอง
สถานการณ์ล่าสุด
ก่อนพ้นโทษเมื่อวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยคดีล่าสุดก่อนพ้นโทษคือคดีพยายามฆ่า เรือนจำยืนยันว่าได้กำหนดมาตรการเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ทั้งการแยกผู้ต้องหาคู่คดีไม่ให้อยู่ห้องเดียวกัน
การตรวจสอบว่ามีเครือข่ายหรือกลุ่มผู้ต้องขังเดิมอยู่ภายในเรือนจำหรือไม่ รวมถึงการประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของการจำแนกชั้นผู้ต้องขัง
ผู้บัญชาการเรือนจำอธิบายว่า หากศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีฆาตกรรม ผู้ต้องขังจะถูกจัดอยู่ในชั้น “ต้องปรับปรุงมาก” ซึ่งเป็นชั้นต่ำสุด
มุมมองและผลกระทบ
และต้องใช้เวลาหลายปีจึงจะมีสิทธิ์เลื่อนชั้น ส่งผลให้โอกาสได้รับการลดวันต้องโทษหรือพักการลงโทษน้อยกว่าผู้ต้องขังคดีทั่วไป ทั้งนี้ การเลื่อนชั้นเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย
ไม่ใช่ดุลยพินิจของเรือนจำ นอกจากนี้ ผู้บัญชาการเรือนจำยังชี้แจงกรณีการติดกำไลอิเล็กทรอนิกส์ (EM) ว่า เรือนจำมีหน้าที่เสนอให้ใช้มาตรการดังกล่าวในคดีร้ายแรงทุกครั้ง
แต่การพิจารณาว่าจะติด EM หรือไม่ เป็นอำนาจของศาลตามคำร้องของพนักงานอัยการ ภายใต้พระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ ส่วนกระแสข่าวว่า นายป๋อง
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
มีประวัติรักษาอาการทางจิตหรือใช้ยาจิตเวชนั้น ผู้บัญชาการเรือนจำยืนยันว่า จากการคัดกรองสุขภาพกายและสุขภาพจิตเบื้องต้น ยังไม่พบข้อมูลหรืออาการผิดปกติ
แต่เรือนจำยังคงให้ทีมพยาบาลและนักจิตวิทยาคลินิกติดตามประเมินอาการอย่างใกล้ชิดตลอดระยะเวลาควบคุมตัว
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



