ข้ามไปยังเนื้อหา

กรมการแพทย์อธิบายกลไกหัวใจวายเฉียบพลันจากหลอดเลือดตีบ 3 เส้น ย้ำ 4 นาทีทอง CPR-AED คือกุญแจยื้อชีวิต

อัปเดตเมื่อ: 21 สิงหาคม 2569 เวลา 10:55อ่าน 3 นาที

กรมการแพทย์อธิบายกลไกหัวใจวายเฉียบพลันจากหลอดเลือดตีบ 3 เส้น ย้ำ 4 นาทีทอง CPR-AED คือกุญแจยื้อชีวิต
แชร์ข่าวนี้

วานนี้ (20 สิงหาคม ) สถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ ออกแถลงการณ์เตือนประชาชนให้ตระหนักถึงอันตรายของ ‘ภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบ’ ซึ่งเป็นโรคเงียบที่ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน

ประเด็นสำคัญ

แต่เกิดจากการสะสมของพฤติกรรมการใช้ชีวิตเป็นเวลานาน พร้อมเผยกลไกสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นกะทันหัน และแนะขั้นตอนการปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างถูกต้องเพื่อเพิ่มโอกาสรอดชีวิต

นพ.ธนินทร์ เวชชาภินันท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ อธิบายว่า โดยปกติหัวใจอาศัย ‘หลอดเลือดโคโรนารี’ (Coronary Artery) หลัก 3 เส้น ในการลำเลียงเลือดและออกซิเจนเข้าสู่กล้ามเนื้อหัวใจโดยตรง

รายละเอียดเพิ่มเติม

การเกิดภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบเป็นผลจากการสะสมของคอเลสเตอรอล แคลเซียม และเซลล์เม็ดเลือดขาวบริเวณผนังหลอดเลือดด้านใน จนกลายเป็น ‘คราบตะกรัน’ (Plaque) ที่พอกหนาขึ้นตามกาลเวลา

เมื่อหลอดเลือดหลักทั้ง 3 เส้นเกิดการตีบแคบพร้อมกัน กล้ามเนื้อหัวใจจะตกอยู่ในภาวะเปราะบางขั้นสุด เนื่องจากไม่มีหลอดเลือดเส้นอื่นสำรองเพื่อชดเชยการไหลเวียนของเลือดในภาวะฉุกเฉินได้

โดยปัจจัยเสี่ยงแบ่งออกเป็น: ปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้: อายุที่เพิ่มขึ้น, เพศชาย และประวัติบุคคลในครอบครัวสายตรงเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจก่อนวัยอันควร ปัจจัยทางสุขภาพและพฤติกรรม:

สถานการณ์ล่าสุด

โรคเบาหวาน, ความดันโลหิตสูง, ไขมันในเลือดสูง (โดยเฉพาะ LDL), การสูบบุหรี่, ภาวะน้ำหนักเกิน และการขาดการออกกำลังกาย ขณะที่ นพ.เขตต์ ศรีประทักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก ระบุว่า

ในระยะแรกผู้ป่วยอาจไม่แสดงอาการ แต่เมื่อหลอดเลือดตีบแคบรุนแรงขึ้น เลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่เพียงพอ จะเริ่มส่งสัญญาณเตือน ดังนี้: เจ็บแน่นหน้าอกรุนแรง

รู้สึกเหมือนมีของหนักทับหรือถูกบีบรัดบริเวณกลางอก มีอาการปวดร้าวจากหน้าอกขึ้นไปบริเวณกราม คอ ไหล่ แขนซ้าย หรือสะบักหลัง อาการร่วมอื่นๆ เช่น หายใจไม่อิ่ม หอบเหนื่อย เหงื่อออกมาก

มุมมองและผลกระทบ

ตัวเย็น หน้าซีด หรือจุกแน่นบริเวณลิ้นปี่คล้ายโรคกระเพาะ สำหรับกลไกการเสียชีวิตกะทันหัน นพ.เขตต์ ชี้ว่า มักไม่ได้เกิดจากภาวะหลอดเลือดตีบเรื้อรังเพียงอย่างเดียว

แต่เกิดจากจุดเปลี่ยนสำคัญคือ คราบตะกรันเกิดการปริแตก (Plaque Rupture) ร่างกายจะตอบสนองด้วยการสร้างเกล็ดเลือดและลิ่มเลือดเข้ามาอุดรอยแตกทันที

ส่งผลให้หลอดเลือดถูกปิดกั้นอย่างสมบูรณ์แบบฉับพลัน เมื่อกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและออกซิเจนกะทันหัน จะทำให้ระบบไฟฟ้าหัวใจทำงานล้มเหลว เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดรุนแรง

ข้อมูลจากแหล่งข่าว

(Ventricular Fibrillation) หัวใจจะสั่นพลิ้ว ไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงสมองได้ ผู้ป่วยจะหมดสติและหัวใจหยุดเต้นภายในไม่กี่นาที 4 ขั้นตอนกู้ชีพ CPR + AED ยื้อชีวิตก่อนถึงมือแพทย์

หากพบผู้หมดสติและหัวใจหยุดเต้น การช่วยเหลืออย่างถูกวิธีและรวดเร็วเพื่อรักษาการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงสมองถือเป็นเรื่องวิกฤตที่สุด โดยปฏิบัติตามหลัก 4 ขั้นตอน: ประเมินสถานการณ์:

ตบไหล่ทั้งสองข้างแรงๆ เพื่อดูการตอบสนอง หากไม่ตอบสนองและไม่หายใจ (หรือหายใจเฮือก) ให้เริ่มขั้นตอนการช่วยเหลือทันที โทรแจ้งสายด่ว…

อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด

ถ้าชอบข่าวนี้ ช่วยแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วย
แหล่งข่าว: เดอะสแตนดาร์ด · กรมการแพทย์อธิบายกลไกหัวใจวายเฉียบพลันจากหลอดเลือดตีบ 3 เส้น ย้ำ 4 นาทีทอง CPR-AED คือกุญแจยื้อชีวิต
เลื่อนลงเพื่ออ่านข่าวถัดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง