ทหารเกษียณ ขับกระบะชนไรเดอร์แล้วหนี พุ่งชนท้ายรถ 3 คันรวด กลางเมืองโคราช
อัปเดตเมื่อ: 25 กรกฎาคม 2569 เวลา 19:57อ่าน 2 นาที

กระบะชนไรเดอร์แล้วขับหนี ก่อนพุ่งชนท้ายรถ 3 คันรวดกลางเมืองโคราช คนขับยศ ร.ต.สาหัสหมดสติ เมื่อเวลาประมาณ 16.05 น. วันที่ 25 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา
อ่านข่าวในหมวด ต่างประเทศ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างเมตตาธรรมสถานนครราชสีมา รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์ชนท้ายต่อเนื่องรวม 4 คัน บริเวณสี่แยกหน้าโรงเรียนอนุบาลนครราชสีมา ถนนราชสีมา–โชคชัย
เขตเทศบาลนครนครราชสีมา จึงเร่งเข้าตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ ที่เกิดเหตุพบรถกระบะมาสด้า บีที-50 หมายเลขทะเบียนปราจีนบุรี
รายละเอียดเพิ่มเติม
ชนท้ายรถยนต์ที่จอดติดสัญญาณไฟแดงอยู่ด้านหน้ารวม 3 คัน จนได้รับความเสียหาย โดยคนขับรถกระบะทราบชื่อ ร.ต.อนันต์ อายุ 66 ปี ข้าราชการบำนาญ ได้รับบาดเจ็บสาหัส หมดสติ
และไม่สามารถสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ได้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงเร่งปฐมพยาบาลก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา จากการสอบถาม นายอานนท์ อายุ 29 ปี
ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน และเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ สีแดง หมายเลขทะเบียนนครราชสีมา ให้ข้อมูลว่า
สถานการณ์ล่าสุด
ก่อนเกิดอุบัติเหตุรถกระบะคันดังกล่าวได้ชนท้ายรถจักรยานยนต์ของตน ขณะจอดรอสัญญาณไฟแดงบริเวณแยกถนนพลล้าน จนรถล้มลงกับพื้น นายอานนท์ ระบุว่า ระหว่างที่กำลังยกรถจักรยานยนต์ขึ้น
รถกระบะกลับขับออกจากจุดเกิดเหตุโดยไม่ยอมจอด ตนจึงขี่รถติดตามมาและพยายามส่งสัญญาณเรียกให้คนขับหยุดรถบริเวณที่มีกล้องวงจรปิดของตำรวจ แต่รถกระบะยังคงขับหลบหนี
กระทั่งมาถึงบริเวณสี่แยกหน้าโรงเรียนอนุบาลนครราชสีมา ก่อนพุ่งชนท้ายรถยนต์ที่จอดติดไฟแดงอยู่ด้านหน้าอย่างแรง ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุชนต่อเนื่องรวม 4 คัน ด้าน นายอนุวัฒน์ อายุ 36 ปี
มุมมองและผลกระทบ
เจ้าของรถยนต์ฮอนด้า เอชอาร์-วี สีดำ ซึ่งเป็นหนึ่งในรถที่ถูกชน เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุตนกำลังขับรถกลับบ้านและจอดรอสัญญาณไฟแดงอยู่ตามปกติ ก่อนถูกรถจากด้านหลังพุ่งชนอย่างแรง
โดยลักษณะคล้ายรถคันก่อเหตุไม่ได้ชะลอหรือเบรก ทำให้แรงกระแทกดันรถของตนไปชนรถคันด้านหน้าอีกทอดหนึ่ง ส่วนตนได้รับบาดเจ็บบริเวณใบหน้าครึ่งซีก
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ บันทึกภาพความเสียหายของรถทุกคัน พร้อมสอบปากคำผู้เห็นเหตุการณ์และผู้เสียหาย รวมทั้งเตรียมตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทาง
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



