ดร.สามารถ สะท้อน 3 ปีชาวน่าน ยกของหนีน้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า!
อัปเดตเมื่อ: 22 สิงหาคม 2569 เวลา 11:28อ่าน 3 นาที

ดร.สามารถ สะท้อนบทเรียนอุทกภัยน่าน 3 ปีซ้อน ชาวบ้านวนอยู่กับยกของ หนีน้ำ ล้างโคลน ซ่อมบ้าน ก่อนเริ่มต้นใหม่ ชี้ถึงเวลาปรับระบบรับมือภัยพิบัติตั้งแต่ต้นน้ำถึงชุมชน พร้อมเสนอ 5 แนวทางลดความสูญเสีย ย้ำการรับมือที่ดีต้องดูแลทั้งกลุ่มเปราะบางและสัตว์เลี้ยง 22 สิงหาคม 2569 - ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “3 ปีแล้ว…
อ่านข่าวในหมวด สังคม เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
ชาวน่านต้องยกของหนีน้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า” ระบุว่า ทุกครั้งที่ฝนเริ่มตกหนัก สำหรับคนทั่วไปอาจเป็นเพียงคำถามว่า “วันนี้ฝนจะตกอีกไหม?”
แต่สำหรับชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงของจังหวัดน่าน คำถามอาจแตกต่างออกไปว่า “ต้องยกของหนีน้ำอีกแล้วหรือ?”
รายละเอียดเพิ่มเติม
ดร.สามารถ ระบุว่า ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2567, 2568 และ 2569 จังหวัดน่านต้องเผชิญกับเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ต่อเนื่อง ทั้งน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่ม เมื่อน้ำเริ่มสูง ชาวบ้านต้องเร่งยกตู้เย็น เครื่องซักผ้า โทรทัศน์ ที่นอน เก็บเอกสารสำคัญ และนำรถออกจากพื้นที่ ส่วนข้าวของบางอย่างที่ยกไม่ไหวก็จำเป็นต้องปล่อยไว้ หากน้ำขึ้นอย่างรวดเร็ว บางครั้งแม้แต่การยกของก็ทำไม่ทัน และยังต้องรีบพาคนในครอบครัวออกจากบ้าน โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และผู้ป่วยติดเตียง สำหรับคนที่ร่างกายแข็งแรง การอพยพอาจหมายถึงการรีบเดินออกจากบ้าน แต่สำหรับครอบครัวที่มีผู้ป่วยติดเตียง การอพยพหมายถึงการต้องพาคนที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองออกจากพื้นที่ให้ทันเวลา ดร.สามารถ ระบุต่อว่า เมื่อมีข่าวว่า “น้ำลดแล้ว” สำหรับคนที่อยู่นอกพื้นที่อาจหมายถึงวิกฤตผ่านพ้นไป แต่สำหรับเจ้าของบ้าน งานหนักเพิ่งเริ่มต้น เพราะต้องล้างโคลน ทำความสะอาดเครื่องใช้ ซ่อมบ้าน ซ่อมรถ ทิ้งสิ่งของที่เสียหาย ซื้อของใหม่ และกลับไปทำงาน บางครอบครัวต้องใช้เวลาทำความสะอาดบ้านหลายวัน เมื่อทุกอย่างเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ฝนในปีถัดไปก็อาจกลับมาอีก ทำให้วงจรเดิมเริ่มต้นใหม่ ตั้งแต่ยกของ หนีน้ำ ล้างบ้าน ซ่อมบ้าน เริ่มต้นใหม่ และรอว่าในปีหน้าจะต้องเผชิญกับเหตุการณ์เช่นนี้อีกหรือไม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่คนไม่เคยถูกน้ำท่วมอาจนึกไม่ถึง นอกจากชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนแล้ว ยังมีสัตว์เลี้ยง ทั้งสุนัข แมว และสัตว์อื่นที่เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว เมื่อมีคำสั่งให้อพยพ แม้หลักการสำคัญคือการรีบนำคนออกจากพื้นที่ก่อน แต่สำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยงยังมีคำถามว่า แล้วสัตว์ของตนจะทำอย่างไร หากศูนย์พักพิงไม่รับสัตว์ ไม่มีพาหนะ หรือเจ้าของไม่สามารถนำสัตว์ออกมาได้ บางคนอาจตัดสินใจไม่ยอมทิ้งบ้าน ดังนั้น ระบบรับมือภัยพิบัติที่ดีควรคำนึงถึงทั้งคนและสัตว์เลี้ยงไปพร้อมกัน เพราะสัตว์เลี้ยงถือเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว ดร.สามารถ มองว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในจังหวัดน่านอาจกำลังส่งสัญญาณว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนวิธีคิดในการจัดการภัยพิบัติ เนื่องจากน่านเป็นจังหวัดที่มีทั้งภูเขา หุบเขา ลำน้ำสาขา และมีแม่น้ำน่านเป็นระบบระบายน้ำหลัก เมื่อเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ต้นน้ำ น้ำสาม…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



