พริษฐ์ โต้กกต. ชี้ 3 เงื่อนไขคดีฮั้วส.ว. เตือนหากไม่ส่งฟ้อง ยืนตามอนุชุด 36 เจอดำเนินคดีแน่
อัปเดตเมื่อ: 24 สิงหาคม 2569 เวลา 15:37อ่าน 3 นาที

‘พริษฐ์’ โต้ ‘กกต.’ ปม 3 เงื่อนไขคดีฮั้ว สว. ชี้กฎหมายไม่ได้เอาผิดแค่ผู้สมัคร หวั่นใช้อนุชุด 36 เป็นหลังพิงฟอกขาวนักการเมือง-ผู้มีอำนาจ เตือนหากไม่ฟ้องพร้อมดำเนินคดี กกต.
ประเด็นสำคัญ
เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ ถึงกรณีที่ นายแสวง บุญมี
เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุถึง 3 เงื่อนไขที่เป็นเกณฑ์จะส่งคำฟ้องคดี ฮั้ว ส.ว. ถึงศาลฎีกาว่า ตนมีข้อหักล้างทางกฎหมาย โดยเฉพาะสิ่งที่นายแสวงระบุว่า
รายละเอียดเพิ่มเติม
เป็นการกระทำเฉพาะผู้สมัคร ส.ว. ที่ทำทุจริตในการเลือกเท่านั้น เนื่องจากตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือก ส.ว.มาตรา 62 กำหนดไว้ชัดเจนในวรรคหนึ่งว่า เมื่อ
กกต.ประกาศผลการเลือก ถ้ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ผู้สมัคร หรือ ผู้ใดกระทำทุจริตเลือกหรือรู้เห็นกับการกระทำของบุคคลอื่นที่ทำให้การเลือกไม่สุจริต หรือเที่ยงธรม ให้ กกต.
ยื่นคำร้องต่อยื่นศาลฏีกา เพื่อสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งผู้นั้น ดังนั้นตามกฎหมายแล้วไม่ใช้เฉพาะผู้สมัคร ส.ว. เท่านั้น แต่หากใครที่ทุจริต
สถานการณ์ล่าสุด
ศาลต้องสั่งฟ้อง นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ในกฎหมายฉบับเดียวกันยังมีมาตราอื่นที่ระบุถึงฐานนความผิดอื่นที่ไม่ใช่เฉพาะผู้สมัคร ส.ว. เท่านั้น เช่น กรณีสัญญาว่าจะให้เงิน
ความผิดของกรรมการบริหารพรรคการเมือง ดังนั้น ในเชิงกฎหมายถือว่าสิ้นกระแสความแล้วว่าไม่ใช่เฉพาะเป็นผู้สมัครเท่านั้น และในอดีตที่ผ่านมาพบว่า กกต. สั่งฟ้องหลายกรณีไปที่ศาลฎีกา
ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาไม่เป็นผู้สมัคร ส.ว.ด้วยซ้ำ นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า ในมิติการเมืองตนมองว่าเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า กกต. หรือบางส่วนของกกต. พยายามฟอกขาวผู้ถูกกล่าวหาในคดี
มุมมองและผลกระทบ
โดยเฉพาะเครือข่ายพรรค หรือนักการเมือง ระดับวางแผน บัญชาหรืออุดหนุนงบประมาณ โดย กกต. มีท่าทีหลายครั้ง และถูกสังคมตั้งคำถามว่า คือการฟอกขาวกลุ่มดังกล่าวหรือไม่
ซึ่งเหตุการณ์ที่ชัดเจนคือ ตั้งอนุคณะพิเศษชุดที่ 36 หลังจากที่อนุกรรมการ 26 ชี้มูลความผิด 229 คน ที่รวมถึงนักการเมืองและเครือข่ายนักการเมือง รวมถึงรัฐมนตรี ซึ่งอนุชุดที่ 36
สรุปผลว่าไม่พบว่าใครมีมูลความผิดเลย “กกต.ใช้อนุชุดที่ 36 เป็นหลังพิงฟอกขาวผู้ถูกกกล่าวหา หลายคนวิเคราะห์ว่าหากยืนตามอนุชุดที่ 36 และยกฟ้องทั้งหมด
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ซึ่งจะค้านสายตากับหลักฐานที่นำเสนอว่า มีผู้กระทำความผิดแน่ นอกจากนั้นมีการคาดการณ์ว่า กกต. สั่งฟ้องบางคน ไม่ฟ้องบางคน สำหรับการสั่งฟ้องบางคน เป็นความกังวลใจคือ
ยุทธวิถีสังเวยน้ำเงินอ่อนปกป้องน้ำเงินเข้มคือ สั่งฟ้องผู้ที่ไม่อยู่ใกล้ชิดอำนาจ และหัวคะแนนระดับปฏิบัติการ แต่นักการเมือง รัฐมนตรี ผู้บริหารพรรค กกต.ต้องปกป้องเต็มที่” นายพริษฐ์
กล่าว นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า เมื่อ กกต. ปกป้องผู้บริหารพรรค รัฐมนตรี ดังนั้น ต้องคิดว่าจะหาวิธีการแบบไหน สามารถอธิบายสังคมเพื่อปกป้องน้ำเงินเข้ม สิ่งที่นายแสวงบอกไม่มั่…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



